ปัญหาดุลยภาพระหว่างสถาบันนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ต่อระบอบประชาธิปไตยของไทย

Main Article Content

ชนะศึก วิเศษชัย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ปัญหาดุลยภาพเชิงโครงสร้างระหว่างสถาบันนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการในระบบรัฐสภาไทย และ 2) วิเคราะห์ผลกระทบของปัญหาดุลยภาพเชิงโครงสร้างดังกล่าวที่มีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไทย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสารร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 20 คน คัดเลือกแบบเจาะจงจากสามกลุ่ม ได้แก่ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ นักการเมืองและสมาชิกรัฐสภา และตุลาการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสารและแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงประเด็น ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลโดยวิธีการตรวจสอบสามเส้า ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสัมพันธ์ระหว่างสามสถาบันหลักมีความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การครอบงำของฝ่ายบริหารเหนือกระบวนการนิติบัญญัติผ่านระบบอุปถัมภ์และมติพรรค ความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างสองชั้นที่ทำให้การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญโดยปราศจากกลไกความรับผิดชอบย้อนกลับที่เพียงพอ และ 2) ความไม่สมดุลดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยไทย ได้แก่ การลบล้างเจตจำนงของประชาชนโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง การที่ฝ่ายบริหารใช้อำนาจโดยปราศจากการตรวจสอบเชิงสถาบันที่มีประสิทธิภาพ การกัดกร่อนหลักนิติธรรมจากความไม่สมดุลของอำนาจ และความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อระบบการเมืองที่นำไปสู่วงจรของความไม่มีเสถียรภาพ บทความเสนอแนวทางการปฏิรูปโดยการเสริมสร้างความเป็นอิสระของฝ่ายนิติบัญญัติ การสร้างกลไกความรับผิดชอบย้อนกลับสำหรับฝ่ายตุลาการ และการปฏิรูประบบพรรคการเมืองเพื่อลดอิทธิพลของระบบอุปถัมภ์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วิเศษชัย ช. (2026). ปัญหาดุลยภาพระหว่างสถาบันนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ต่อระบอบประชาธิปไตยของไทย. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(3), 255–267. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/298677
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กันตพัฒน์ ชนะบุญ. (2564). การเมืองและการปกครองของไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทรงพล บุญสุข และสมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2558). ศึกษาเปรียบเทียบจุดแข็ง-จุดอ่อนของนายกรัฐมนตรีจากระบบรัฐสภาและจากการเลือกตั้งโดยตรง. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 7(2), 361-389.

ธนโรจน์ หล่อธนะไพศาล. (2568). การตรวจสอบระบบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560. วารสารสังคมศาสตร์เอเชียศึกษา, 2(2), 37-49.

ธนาชัย สุนทรอนันตชัย. (2568). การทำหน้าที่ของวุฒิสภาในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหาร: ศึกษากรณีกระบวนการตั้งกระทู้ถาม. วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น, 9(2), 35-63.

ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์. (2556). ระบบการเมืองการปกครอง. (พิมพ์ครั้งที่ 12). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

นิยม รัฐอมฤต และอุดม รัฐอมฤต. (2562). องค์กรอิสระกับการสร้างความสมดุลในระบบการเมือง. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 17(2), 20-36.

ปัทมา สูบกำปัง. (2558). องค์กรอิสระ: ดุลแห่งอำนาจในระบบการเมืองการปกครองของไทย. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 13(1), 149-176.

ผจญ คงเมือง. (2545). การรวมกันของพรรคการเมืองเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภาจะก่อให้เกิดเผด็จการรัฐสภาหรือไม่. วารสารสุทธิปริทัศน์, 16(50), 99-105.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก หน้า 1-90 (6 เมษายน 2560).

วีระพงศ์ เขาวลิต. (2568). ปัญหาการไม่ปฏิบัติตามมติพรรคการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีศึกษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. วารสารเซาธ์อีสท์บางกอก (มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์), 11(1), 55-70.

สุจิตรา พูนสวัสดิ์. (2567). ประสิทธิภาพในการใช้อำนาจนิติบัญญัติของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร. วารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์, 17(1), 140-165.

Croissant, A. & Lorenz, P. (2018). Comparative Politics of Southeast Asia. Cham: Springer.

Montesquieu, C. (1899). The Spirit of Laws. New York: The Colonial Press.

O'Donnell, G. (1994). Delegative democracy. Journal of Democracy, 5(1), 55-69.

Persson, T. et al. (1997). Separation of powers and political accountability. The Quarterly Journal of Economics, 112(4), 1163-1202.

Vile, C. (1967). Constitutionalism and the separation of powers. Oxford: Clarendon Press.