การจัดการความรู้เรื่องการบริบาลช้างเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Main Article Content

ชูศักดิ์ ชูศรี
จิรยุทธ์ จันทนพันธ์

บทคัดย่อ

บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนที่เชื่อมโยงกับองค์ความรู้เรื่องการบริบาลช้างในอำเภอ กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบ 3 กลุ่ม 1) ปราชญ์ชุมชนหรือควาญช้างเก่าที่มีประสบการณ์ตรงในการบริบาลช้าง จำนวน 5 ท่าน 2) ทายาทในครอบครัวควาญช้างที่ได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวการบริบาลช้าง จำนวน 5 ท่าน 3) กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 8 คน รวมทั้งสิ้น 18 ท่าน ใช้การสัมภาษณ์และการประชุมกลุ่มย่อยในการเก็บข้อมูล มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยการตรวจสอบแบบสามเส้า และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาผลการวิจัยพบว่า เส้นทางการท่องเที่ยวชุมชนที่เชื่อมโยงกับองค์ความรู้เรื่องการบริบาลช้างมี 3 ด้าน ได้แก่ ด้านประวัติชุมชนช้างในอำเภอกาญจนดิษฐ์มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะในด้านการทำเกษตรกรรม การขนส่งไม้และผลผลิตทางการเกษตร ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างเป็นความผูกพันเชิงจิตใจและการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ด้านการบริบาลช้าง องค์ความรู้ดั้งเดิมเกี่ยวกับการบริบาลช้างที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยควาญช้างและผู้ดูแลมีความเข้าใจในธรรมชาติ พฤติกรรม และความต้องการของช้าง และด้านพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนควรเน้นความเป็นธรรมชาติและความเป็นชุมชนอย่างแท้จริง โดยเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์และธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยรวม ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่กาญจนดิษฐ์ จังหวัด  สุราษฎร์ธานี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชูศรี ช., & จันทนพันธ์ จ. (2026). การจัดการความรู้เรื่องการบริบาลช้างเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(4), 199–210. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/298317
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). แผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2561-2564. กรุงเทพมหานคร: วีไอพี ก็อปปี้ปริ้น.

กาญจนา แก้วเทพ. (2565). เครื่องมือการจัดการความรู้ (KM) ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (CBR). (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: วนิดาการพิมพ์.

กาสัก เต๊ะขันหมาก และคณะ. (2564). ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสารพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 9(2), 45-60.

ฉวีวรรณ สุวรรณาภา และคณะ. (2566). การจัดการความรู้ศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ระดับชุมชนตามศาสตร์พระราชา จังหวัดแพร่. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่, 9(2), 20-32.

ฐาปนี พิทักษ์ และคณะ. (2562). องค์ความรู้การบริบาลช้างกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นภาคใต้. วารสารการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการพัฒนาท้องถิ่น, 4(1), 89-108.

นลวัชร์ ขุนลา และเกษราภรณ์ สุตตาพงศ์. (2558). การจัดการความรู้กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 41(1), 123-140.

ประมาณ เทพสงเคราะห์ และจรินทร์ เทพสงเคราะห์. (2558). ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการจัดการความรู้ในชุมชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชค และประมา ศาสตระรุจี. (2559). กระบวนการจัดการความรู้ Knowledge Management Process. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา, 8(16), 163-168.

รัตติยา เหนืออํานาจ และคณะ. (2567). การจัดการความรู้ชุมชน 5 ดี สู่การพัฒนานวัตกรรมชุมชนวิถีพุทธ. วารสารวิจัยวิชาการ, 7(6), 367-384.

Scheyvens, R. (1999). Ecotourism and the empowerment of local communities. Tourism Management, 20(2), 245-249.

UNWTO. (2019). Tourism and community development. Madrid: World Tourism Organization.

World Animal Protection. (2017). Elephants in tourism: A welfare assessment. London: World Animal Protection.