บทบาทของรายวิชาสถิติและโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยต่อความสำเร็จ ในการทำวิจัยทางธุรกิจของนิสิต: การวิจัยเชิงปริมาณแบบติดตามผล

Main Article Content

อนุวัต สงสม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความรู้และทักษะด้านสถิติและการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัย 2) ศึกษาความสัมพันธ์และอิทธิพลของความรู้และทักษะฯ ต่อคุณภาพโครงร่างวิจัย 3) ศึกษาผล
ของความรู้และทักษะฯ ต่อผลการปฏิบัติงานวิจัย และ 4) อธิบายเส้นทางผลลัพธ์การเรียนรู้ของนิสิตจากรายวิชาสถิติและโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัย ไปสู่ความสำเร็จในการทำวิจัย โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณแบบติดตามผล กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตปริญญาตรี สาขาวิชาการค้าสมัยใหม่ ที่เรียนวิชาสถิติและโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัย และเรียนต่อเนื่องในวิชาระเบียบวิธีวิจัย และวิชาปฏิบัติการวิจัย จำนวน 44 คน จากการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความรู้และทักษะ แบบประเมินคุณภาพโครงร่างวิจัย แบบประเมินผลการปฏิบัติงานวิจัย และแบบบันทึกผลลัพธ์การจัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบ t การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก ผลวิจัยพบว่า 1) นิสิตมีความรู้และทักษะด้านสถิติและการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) ความรู้และทักษะดังกล่าว มีอิทธิพลเชิงบวกต่อคุณภาพโครงร่างวิจัย 3) ความรู้และทักษะดังกล่าวมีอิทธิพลเชิงบวกต่อผลการปฏิบัติงานวิจัย และ 4) คุณภาพโครงร่างวิจัยมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความสำเร็จในการทำวิจัยของนิสิต ผลการศึกษาแสดงให้เห็นเส้นทางผลลัพธ์การเรียนรู้เชิงประจักษ์จากรายวิชาสถิติและโปรแกรมสำเร็จรูปไปสู่คุณภาพโครงร่างวิจัย ผลการปฏิบัติงานวิจัย และความสำเร็จในการทำวิจัยของนิสิตอย่างเป็นลำดับขั้น สะท้อนบทบาทของการออกแบบรายวิชาและหลักสูตรเชิงบูรณาการ ภายใต้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงผลลัพธ์ในการพัฒนาสมรรถนะด้านการวิจัยและคุณภาพผลงานของนิสิตในระดับอุดมศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สงสม อ. . (2026). บทบาทของรายวิชาสถิติและโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยต่อความสำเร็จ ในการทำวิจัยทางธุรกิจของนิสิต: การวิจัยเชิงปริมาณแบบติดตามผล. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(3), 214–223. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/297976
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จงจิต ลิอ่อนรัมย์ และวิชุดาภรณ์ วงค์คำสิงห์. (2564). ประสิทธิผลในการนำโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติมาใช้ในการเรียนการสอนวิชาเศรษฐมิติเบื้องต้น. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(11), 378-393.

Biggs, J. & Tang, C. (2011). Teaching for quality learning at university. (4th ed.). Berkshire: McGraw-Hill Education.

Creswell, J. W. & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approach. (5th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.

Dintarini, M. & Kusumawardhana, A. (2020). Project-based learning in statistics education: Improving students’ problem-solving skills and learning outcomes. Mathematics Education Journals, 4(2), 147-153.

Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS Statistics. (5th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.

Harden, R. M. (2018). Outcome-based education: The future is today. Medical Teacher, 40(6), 1-6.

Jiang, Y. (2022). Developing research competence of university students through outcome-based on education. Journal of Education and Learning, 11(2), 45-54.

OECD. (2021). OECD skills outlook 2021: Learning for life. Paris: OECD Publishing.

Opstad, L. (2024). Business students’ attitudes towards mathematics and performance in business mathematics: A case study of a Norwegian business school. Contemporary Mathematics and Science Education, 5(1), ep24002. https://doi.org/10.30935/conmaths/14112

Prahesti, T. & Shaleh, A. (2022). The effectiveness of applied statistics learning in improving students’ data analysis skills. International Journal of Instruction, 15(3), 233-248.

Spady, W. G. (1994). Outcome-based education: Critical issues and answers. Arlington, VA: American Association of School Administrators.

Zahro’, I. F. et al. (2023). Improving students’ quantitative research skills through statistical software training. Journal of Education Research and Evaluation, 7(1), 45–53.

Zhang, H. et al. (2022). An experimental study on the effectiveness of students’ learning in scientific courses through constructive alignment-A case study from an MIS course. Education Sciences, 12(5), 338. https://doi.org/10.3390/educsci12050338