รูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพด้านการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของครู: การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และองค์ประกอบเชิงยืนยัน

Main Article Content

ปราโมทย์ กล้าหาญ
สามารถ สว่างแจ้ง
ชัยวิชิต เชียรชนะ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบศักยภาพด้านการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของครู และ 2) พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพดังกล่าว โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์องค์ประกอบสองขั้นตอน การวิจัยดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) จากกลุ่มตัวอย่างครู จำนวน 286 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และระยะที่ 2 การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) จากกลุ่มตัวอย่างครู จำนวน 314 คน โดยใช้แบบประเมินศักยภาพเป็นเครื่องมือวิจัย ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพด้านการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก รวม 33 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) การวางแผน ติดตาม และประเมินสภาพปัญหาของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ 2) การเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างใกล้ชิด
3) การดูแลและให้คำปรึกษาโดยเข้าใจพฤติกรรมและบริบทชีวิตของผู้เรียน และ 4) การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าในตนเองและมองเห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน ผลการพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพฯ เห็นว่าองค์ประกอบทั้ง 4 มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบอยู่ระหว่าง .612 - .930 และค่า R² อยู่ระหว่าง .375 - .865 ซึ่งสะท้อนถึงระดับความสัมพันธ์และอำนาจการอธิบายที่เหมาะสม ดัชนีความกลมกลืนของโมเดลส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี แม้บางค่า RMSEA มีแนวโน้มค่อนข้างสูง แต่เมื่อพิจารณาร่วมกับดัชนีอื่นแล้ว โมเดลโดยรวมยังมีความเหมาะสม ดั้งนั้น รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความตรงเชิงโครงสร้าง สามารถใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาศักยภาพครูด้านการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติการป้องกัน การดูแลเชิงจิตวิทยา และการส่งเสริมเส้นทางอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กล้าหาญ ป., สว่างแจ้ง ส. ., & เชียรชนะ ช. (2026). รูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพด้านการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนของครู: การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และองค์ประกอบเชิงยืนยัน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(2), 257–268. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/297774
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

ธีรวัฒน์ เลื่อนฤทธิ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการดาเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน: กรณีศึกษาโรงเรียนพุทธจักรวิทยา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ศรีนครินทรวิโรฒ, 23(2), 230-248.

ปรมาภรณ์ สนธิ. (2562). แนวทางการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับประถมศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษาศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 136 ตอนที่ 57 ก หน้าที่ 49 (1 พฤษภาคม 2562).

มานัส เวียงวิเศษ. (2564). การพัฒนารูปแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 5(2), 252-263.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่องนโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. เรียกใช้เมื่อ 10 มีนาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/hocOg

อาคม นาคน้อย และคณะ. (2568). องค์ประกอบการพัฒนาภาวะผู้นําในการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา. ของวารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 12(11), 149-160.

อาภากร แสวงการ และฐิติวรดา พลเยี่ยม. (2564). การพัฒนาแนวทางดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอาชีวศึกษาของสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 40(2), 122-134.

Comrey, A. L. & Lee, H. B. (1992). A First Course in Factor Analysis. (2nd ed.). New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates.

Fabrigar, L. R. & Wegener, D. T. (2012). Exploratory factor analysis. (1st ed.). New York: Oxford University Press.

Hair, J. F. et al. (2010). Multivariate data analysis: A global perspective. (7th ed.). London: Pearson Education.

MacCallum, R. C. et al. (1999). Sample size in factor analysis. Psychological Methods, 4(1), 84-99.