การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิและสูงกว่า
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล และศึกษาประสิทธิผลของระบบการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลราชวิถี กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพจาก 9 หอผู้ป่วย จำนวน 174 คน คัดเลือกโดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ครอบคลุมพยาบาลควบคุมการติดเชื้อ พยาบาลควบคุมการติดเชื้อประจำหอผู้ป่วย หัวหน้าหอผู้ป่วย และพยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1) ระบบการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่ 2) แบบทดสอบความรู้ 3) แบบประเมินการปฏิบัติตามมาตรการการเฝ้าระวังการติดเชื้อ 4) แบบประเมินคุณภาพข้อมูล และ 5) แบบประเมินความพึงพอใจ เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ค่า CVI เท่ากับ 0.97 - 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเปรียบเทียบ ได้แก่ Paired t-test และ Chi-square test การวิเคราะห์ Relative Risk กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการใช้ระบบ พยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วย มีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 7.04, p < .001) กลุ่มพยาบาลควบคุมการติดเชื้อและหัวหน้าหอผู้ป่วยมีคะแนนเพิ่มขึ้นแต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ร้อยละการปฏิบัติตามมาตรการ Infection Prevention Bundle เพิ่มขึ้น คุณภาพข้อมูลการเฝ้าระวังอยู่ในระดับดีและรายงานตรงเวลาร้อยละ 100 มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (Mean = 3.83, S.D. = 0.79) และอัตราการติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะ VAP ในหอผู้ป่วยวิกฤต (RR = 0.44, 95% CI: 0.05 - 4.28) แสดงให้เห็นว่าระบบการเฝ้าระวังการติดเชื้อที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลและเหมาะสมต่อการประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิและสูงกว่า
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล. (2566). รายงานประจำปีคณะอนุกรรมการด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ปีงบประมาณ 2566. เรียกใช้เมื่อ 4 กรกฎาคม 2568 จาก https://online.fliphtml5.com/bcbgj/oyon/#p=4
ชฎารัตน์ ภูโอบ. (2563). ผลของการส่งเสริมการปฏิบัติในการป้องกันปอดอักเสบต่อความรู้และการปฏิบัติของพยาบาล และอุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ. วารสารโรงพยาบาลนครพนม, 7(2), 28-39.
เพชรดา พัฒทอง และนิรมล อู่เจริญ. (2561). การศึกษาการพัฒนาระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาลด้วยวิธีการพัฒนาคุณภาพโดยความร่วมมือของโรงพยาบาล จังหวัดระนอง. วารสารวิชาการแพทย์ เขต 11, 32(2), 1053-1064.
วัลลภา ช่างเจรจา. (2562). การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรงพยาบาลบึงกาฬ พ.ศ. 2562. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 3(6), 10-20. https://shorturl.asia/la1rw
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). (2568). บัญชีตัวชี้วัดเปรียบเทียบระบบสารสนเทศเปรียบเทียบวัดระดับคุณภาพโรงพยาบาล (Thailand Hospital Indicator Program: THIP Benchmark KPI). เรียกใช้เมื่อ 12 กรกฏาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/Agf36
สุดถนอม กมลเลิศ และคณะ. (2566). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลศรีนครินทร์. วารสารโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 4(4), 313-327.
Ameen, B. B. et al. (2024). Evaluation of the Implementation of WHO Infection Prevention and Control Core Components Among Health Care Facilities. Kurdistan Journal of Applied Research, 9(1), 14-23. https://doi.org/10.24017/science.2024.1.2
Centers for Disease Control and Prevention. (2025). About HAIs. Retrieved July 12, 2025, from https://shorturl.asia/ZeDkg
Donabedian, A. (2005). Evaluating the quality of medical care. The Milbank Quarterly, 83(4), 691-729.
Haley, R. W. et al. (1980). Study on the efficacy of nosocomial infection control (SENIC Project): Summary of study design. American Journal of Epidemiology, 111(5), 472-485. https://doi.org/10.1093/oxfordjournals.aje.a112928
Muhammad, R. et al. (2024). Evaluate the Implementation of WHO Infection Prevention and Control Core Components Among Health Care Facilities. Kurdistan Journal of Applied Research, 9, 14-23. https://doi.org/10.24017/science.2024.1.2
Rosner, B. (2011). Fundamentals of biostatistics. (8th ed.). Boston, Massachusetts: Cengage Learning.
Shehab, N. et al. (2024). The National Healthcare Safety Network’s digital quality measures: CDC’s automated measures for surveillance of patient safety. Journal of the American Medical Informatics Association, 31(5), 1199-1205. https://doi.org/10.1093/jamia/ocae064
Streefkerk, H. et al. (2020). Electronically assisted surveillance systems of healthcare-associated infections: A systematic review. Eurosurveillance, 25(2), 1-16. https://doi.org/10.2807/1560-7917.ES.2020.25.2.1900321
Waterman Jr, R. H. et al. (1980). Structure is not organization. Business horizons, 23(3), 14-26. https://doi.org/10.1016/0007-6813(80)90027-0
World Health Organization. (2016). WHO guidelines on core components of infection prevention and control programmes at the national and acute health care facility level. Retrieved July 20, 2025, from https://www.who.int/publications/i/item/9789241549929
World Health Organization. (2022). Global report on infection prevention and control. Retrieved July 20, 2025, from https://www.who.int/publications/i/item/9789240051164
World Health Organization. (2024). Global report on infection prevention and control 2024. Retrieved July 20, 2025, from https://www.who.int/publications/i/item/9789240103986