การใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของพนักงานสืบสวนสอบสวน: กรณีศึกษาคดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ

Main Article Content

ศิริธรรม จิตต์งาม
ศิริรัตน์ ชูสกุลเกรียง
ศุภชัย ศุภลักษณ์นารี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการให้ความสำคัญและการใช้ประโยชน์พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในการสืบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ ของพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ จากการเก็บข้อมูลจากพนักงานสืบสวนสอบสวน 297 ราย และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มจากตำรวจ สายผู้บริหาร 16 คน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านการให้ความสำคัญของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ในคดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ ระดับการศึกษาและอายุงานมีผลต่อระดับการให้ความสำคัญและการใช้ประโยชน์จากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ในคดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนด้านการให้ความสำคัญต่อพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ (equation = 4.21, S.D. = 0.359) จัดอยู่ในระดับมาก สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างตระหนักถึงความจำเป็นของหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ทุกขั้นตอนของกระบวนการสืบสวนสอบสวน และมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และด้านการใช้ประโยชน์จากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ (equation = 3.81, S.D. = 0.403) จัดอยู่ในระดับมาก โดยพนักงานสืบสวนสอบสวน สามารถนำพยานหลักฐานไปประกอบสำนวนคดี มีประสบการณ์ในการส่งตรวจและตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละขั้นตอนการเก็บ ส่ง และวิเคราะห์พยานหลักฐานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้เชิงปฏิบัติในงานจริงได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันกลับ พบว่า การเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับน้อยที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัด
ด้านโอกาสและการพัฒนาศักยภาพเชิงวิชาการที่ยังไม่เพียงพอ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิตต์งาม ศ., ชูสกุลเกรียง ศ. ., & ศุภลักษณ์นารี ศ. . (2026). การใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของพนักงานสืบสวนสอบสวน: กรณีศึกษาคดีอาญาเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(2), 58–69. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/296673
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกพร แสนแก้ว. (2019). การศึกษาความรู้ความเข้าใจด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ของพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม. วารสารวิจัยและนวัตกรรมท้องถิ่น, 14(2), 121-136.

ฉันทนา วัยนิพิฐพงษ และคณะ. (2565). ระดับความรู้ในการตรวจเก็บวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ของพนักงานสอบสวน สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7. วารสารวิชาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์, 8(1), 45-61.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2544). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏพระนคร.

มาเรียม นิลพันธุ์ และคณะ. (2554). การประเมินหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ศูนย์บริหารงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2565). คู่มือพนักงานสอบสวน นิติวิทยาศาสตร์กับการสอบสวนคดีอาญา. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ตำรวจ.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2540). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์คณะกรรมการกฤษฎีกา.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2565). รายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจประจำปีงบประมาณ 2565. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2567). กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7. เรียกใช้เมื่อ 15 ตุลาคม 2567 จาก https://police7.go.th/agency/

อภิรักษ์ นักไร่. (2559). หลักการวินิจฉัยคดีจราจรเบื้องต้น. เรียกใช้เมื่อ 1 ธันวาคม 2568 จาก https://apr2945jr.blogspot.com/2016/11/blog-post.html

Joseph, L. P. et al. (2013). Effect of Forensic Evidence on Criminal Justice Case Processing. Journal of Forensic Sciences, 58(1), S78-S90.

Roberta, D. J. et al. (2012). Get it right the first time: Critical Issues at the Crime Scene. Current Issues in Criminal Justice, 24(1), 25-37.

White, J. H. et al. (2011). The utilization of forensic science and criminal profiling for capturing serial killers. Forensic Science International, 209(1-3), 160-165.