โมเดลการบริหารตามหลักพุทธวิธีที่ส่งผลต่อคุณลักษณะผู้ประกอบการของนักศึกษา ในสถานศึกษาสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 วิเคราะห์และสังเคราะห์ หลักการ แนวคิด และทฤษฎีจากเอกสารและงานวิจัย เพื่อศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ กับผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน เครื่องมือคือแบบสัมภาษณ์ เก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นด้วยวิธีการจดบันทึกและอัดเสียง ระยะที่ 2 ดำเนินการเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างกับผู้บริหารและครูผู้สอน จำนวน 604 คน เครื่องมือคือแบบสอบถาม ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงจากผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และการทดลองใช้ 40 คน การเก็บรวบรวมข้อมูล ตอบแบบสอบถามผ่านทาง ออนไลน์ และทางไปรษณีย์ สถิติที่ใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติขั้นสูง การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ระยะที่ 3 สร้างโมเดลการบริหารตามหลักพุทธวิธีบูรณาการ PAOR ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ โดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ 15 คน และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 30 คน เครื่องมือคือ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และแบบประเมินโมเดล สถิติที่ใช้ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ระยะที่ 1 ผลการศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก 17 องค์ประกอบย่อย 85 ตัวบ่งชี้ จำแนกเป็น การบริหารตามหลักพุทธวิธี จำนวน 25 ตัวบ่งชี้ สมรรถนะวิชาชีพครูอาชีวศึกษายุคดิจิทัล 30 ตัวบ่งชี้ คุณลักษณะผู้ประกอบการนักศึกษาอาชีวศึกษา 30 ระยะที่ 2 ผลโมเดลการบริหารตามหลักพุทธวิธีและคุณลักษณะผู้ประกอบการของนักศึกษาในสถานศึกษาสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2=141.255 df=116, χ2/df=1.12172, P-Value=0.756, CFI=0.993, TLI=0.992, RMSEA=0.019, SRMR=0.028) ระยะที่ 3 ผลการประเมินโมเดลการบริหารตามหลักพุทธวิธีฯ สัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2559). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2559 - 2579. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
บรรจง ลาวะลี และคณะ. (2564). ตัวแบบพุทธบูรณาการการบริหารเพื่อความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. ใน ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พงศ์จักร ยามสุข และคณะ. (2567). การพัฒนากลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาตามแนวคิดไม่ทิ้งเด็กคนใดไว้ข้างหลังของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. ใน ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระครูประโชติสารนิวิฐ (ลมมนตรี) และคณะ. (2566). รูปแบบภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์โดยใช้หลักอิทธิบาท 4 ที่มีอิทธิพลต่อการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(2), 267–280.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2559). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สงกรานต์ อนุสุเรนทร์. (2567). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาใน โรงเรียนสุขภาวะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ใน ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Comrey, A. L. & Lee, H. B. . (1992). A first course in factor analysis. (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Darling-Hammond, L. (2006). Powerful teacher education: Lessons from exemplary programs. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Eisner, E. W. (1991). The enlightened eye: Qualitative inquiry and the enhancement of educational practice. New York, NY: Macmillan.
Fayol, H. (1977). General and industrial management (C. Storrs, Trans.). London: Pitman.(Original work published 1916).
Hair, J. F. et al. (2010). Multivariate data analysis. (7th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson.
Kigotho, W. (2023). Social media addiction affecting student performance. University World News. Johannesburg, South Africa: University World News.
Kline, R. B. (2016). Principles and practice of structural equation modeling. (4th ed.). New York, NY: The Guilford Press.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Mintzberg, H. (2009). Managing. San Francisco, CA: Berrett-Koehler Publishers.
Polit, D. F. & Beck, C. T. . (2012). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice. (9th ed.). Philadelphia, PA: Lippincott Williams & Wilkins.
Schumacker, R. E. & Lomax, R. G. (2016). A beginner’s guide to structural equation modeling. (4th ed.). New York, NY: Routledge.
Schumpeter, J. A. (2017). The theory of economic development (R. Opie, Trans.). London: Routledge. (Original work published 1934).
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York, NY: Doubleday/Currency.
Shulman, L. S. (1987). Knowledge and teaching: Foundations of the new reform. Harvard Educational Review, 57(1), 1-23.
Stirling, A. (2020). Government AI Readiness Index 2020. Upper Colwall, England: IDRC & Oxford Insights.
Timmons, J. A. & Spinelli, S. (2009). New venture creation: Entrepreneurship for the 21st century. (8th ed.). Singapore City: McGraw-Hill/Irwin.
Zsolnai, L. & Kovács, G. . (2021). Buddhist economics and sustainability. Society and Economy, 43(1), 1-15.