รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนเอกชน ระดับมัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1

Main Article Content

พรหมภัสสร โฆษิตจินดามนตรี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนเอกชนระดับมัธยมศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี 2) สร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนเอกชนระดับมัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 และ 3) ประเมินความเป็นไปได้และประโยชน์ของรูปแบบ โดยใช้ระเบียบวิจัยและพัฒนา (R&D) แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารจากโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี จำนวน 6 โรงเรียน ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบดำเนินการโดยนำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ท่าน ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระยะที่ 3การประเมินผลการนำรูปแบบไปใช้ โดยกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียนและหัวหน้างานวิชาการที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 โรงเรียน รวม 60 คน ใช้แบบประเมินความเป็นไปได้และประโยชน์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนเอกชนระดับมัธยมศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี มีขอบข่ายงานวิชาการ 6 ด้าน ครอบคลุมการบริหารสู่ความเป็นเลิศ 7 ด้าน 2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ สาระสำคัญ วิธีการนำ ไปสู่การปฏิบัติ และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยมีจุดเด่นในการประยุกต์ใช้แนวคิดอุปนิสัย 7 ประการ ซึ่งได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีความถูกต้องและเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) ผลการตรวจสอบความเป็นไปได้และประโยชน์ของรูปแบบ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โฆษิตจินดามนตรี พ. . (2026). รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนเอกชน ระดับมัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(1), 88–97. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/296079
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ธีระ รุญเจริญ. (2556). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ข้าวฟ่าง.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562).

พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550. (2551). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 11 ก หน้า 1 (11 มกราคม 2551).

พระอภิชัย หึกขุนทด และคณะ. (2567). รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา. สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์, 11(2), 229-240.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2562). เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พ.ศ. 2562. เรียกใช้เมื่อ 18 มิถุนายน 2568 จาก https://shorturl.asia/sb6gd

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สุประวีณ์ ทิพย์โพธิ์ และคณะ. (2563). รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียน. สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. Journal of Inclusive and Innovative Education, 4(2), 56-70.

อุดม ชุลีวรรณ. (2559). รูปแบบการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ระดับสากล. เรียกใช้เมื่อ 24 กันยายน 2568 จาก http://www.thaiedresearch.org/home/paperview/1120

Covey, S. R. (2004). The 7 Habits of Highly Effective People: Restoring the Character Ethic. New York: Simon & Schuster.

Deming, W. E. (1986). Out of the Crisis. Cambridge, MA: MIT Press.

DuFour, R. & Fullan, M. (2013). Cultures Built to Last: Systemic PLCs at Work. Bloomington, IN: Solution Tree Press.

Hoy, W. K. & Miskel, C. G. (2013). Educational Administration: Theory, Research, and Practice. (9th ed.). New York:: McGraw-Hill.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

UNESCO. (2020). Global Education Monitoring Report 2020: Inclusion and education: All means all. Paris: UNESCO.