รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการทำบัญชีของนักบัญชีสหกรณ์การเกษตร ภาคเหนือตอนล่าง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสมรรถนะการทำบัญชีของนักบัญชีสหกรณ์การเกษตร และ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบ ทดลอง และประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการทำบัญชีของนักบัญชีสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือตอนล่าง การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา ได้แก่ นักบัญชีสหกรณ์การเกษตร จำนวน 229 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ นักบัญชี เจ้าหน้าที่บัญชีและการเงิน โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 14 คน ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินรูปแบบ จำนวน 19 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.80 - 1.00 ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า 0.93 แบบวัดความรู้บัญชีสหกรณ์การเกษตร คู่มือการจัดกระบวนการพัฒนาทักษะทางบัญชีสหกรณ์การเกษตร และแบบประเมินรูปแบบ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะการทำบัญชีของนักบัญชีสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือตอนล่างภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการใช้โปรแกรมประยุกต์ในการทำบัญชี ด้านการจัดทำงบการเงิน ด้านการบันทึกบัญชี ด้านจัดทำงบทดลองและด้านการปิดบัญชี 2) รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการทำบัญชีของนักบัญชีสหกรณ์การเกษตร มี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการของรูปแบบการพัฒนา วัตถุประสงค์ของรูปแบบการพัฒนา ปัจจัยนำเข้า กระบวนการพัฒนาสมรรถนะนักบัญชีสหกรณ์การเกษตร ผลผลิต ผลลัพธ์ เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า นักบัญชีสหกรณ์การเกษตรมีสมรรถนะเพิ่มขึ้นโดยสามารถบันทึกบัญชีได้ด้วยตนเอง และ 4) ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการทำบัญชีสหกรณ์การเกษตร พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุม และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สำนักนโยบายและมาตรฐาน. (2550). คู่มือระบบบัญชีสหกรณ์การเกษตร. เรียกใช้เมื่อ 15 สิงหาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/6DRjQ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2566). รายงานประจำปี 2566 กรมส่งเสริมสหกรณ์. เรียกใช้เมื่อ 20 สิงหาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/qLafm
กิรณา ยี่สุ่นแซม และคณะ. (2564). การพัฒนาสมรรถนะและองค์ความรู้ด้านบัญชีของพนักงานสหกรณ์ ในจังหวัดเชียงใหม่. เรียกใช้เมื่อ 10 กันยายน 2568 จาก https://shorturl.asia/J4fPG
จิรวัฒน์ รักพ่วง. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบองค์รวมของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 17(2), 30-41.
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2568). ประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภูมิภาค (GRP) ภาคเหนือ ปี 68-69. เรียกใช้เมื่อ 10 กันยายน 2568 จาก https://shorturl.asia/t7yvS
นัทธ์หทัย ตันสุหัช. (2565). การพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพทางบัญชีของพนักงานบัญชีสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า, 9(3), 1-8.
มลฤดี กี่เอี่ยน และคณะ. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อยกระดับการดำรงชีวิตตามหลักวิถีพอเพียงของประชาชนในเขตเทศบาลบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี. วารสาร RMUTT Global Business and Economics Review, 19(1), 145-164.
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตร กรมส่งเสริมสหกรณ์. (2564). รายงานประจำปี 2563 ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตร. เรียกใช้เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2564 จาก https://shorturl.asia/N9zu6
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย กรมส่งเสริมสหกรณ์. (2563). รายงานประจำปี 2563 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย. เรียกใช้เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2564 จาก https://shorturl.asia/Zfyxh
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological test. (5th ed.). New York: Harper Collins.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence". American Psychologist, 28(1), 1-14.
Spencer, L. M. & Spencer, S. M. (1993). Competence at Work: Models for Superior Performance. New York: John Wiley & Sons.