การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุมชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา องค์ความรู้ และความต้องการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุมชน OTOP จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) พัฒนาและตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุมชน และ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุมชนและประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่มีต่อสมรรถนะการสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาของผู้เรียน โดยเป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) 4 ขั้นตอน คือ 1) การศึกษาสภาพปัญหา 2) การสร้างและตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3) การทดลองใช้รูปแบบฯ และ 4) การประเมินผล กลุ่มตัวอย่างในการทดลอง คือ นักศึกษาสาขาวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ จำนวน 25 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาที่สำคัญที่สุดของชุมชนคือการขาดแคลนผู้สืบทอดเนื่องจากคนรุ่นใหม่ขาดความสนใจ ผลิตภัณฑ์มีรูปแบบจำกัด ล้าสมัย และไม่ตอบสนองตลาด 2) ได้รูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม CP-I ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน (C-P-I-R) ซึ่งมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (IOC = 0.94) 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบฯ พบว่า ผู้เรียนมีสมรรถนะการสร้างสรรค์นวัตกรรมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ( = 16.89) โดยมีขนาดอิทธิพลในระดับสูงมาก (Cohen’s
= 3.38) และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบฯ อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.57) รูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุมชนนี้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษากับการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้าง นวัตกรและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เกศินี ศรีสอเมือง และธนสิทธิ์ จันทะรี. (2568). การออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมร่วมสมัย: การต่อยอดงานจักสานกระติบข้าวเหนียวและสิ่งทอจากใยคล้าวัสดุเหลือทิ้งเพื่อความยั่งยืน. ใน รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ครั้งที่ 1). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
โกวิทย์ พวงงาม. (2562). การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่น (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: ธรรมสาร.
ฉัตรชัย แก้วดี และคณะ. (2562). โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพเครื่องปั้นดินเผาจากดินพื้นบ้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้านเชิงธุรกิจ (SMEs) ต่อยอด OTOP ชุมชนบ้านมะยิง บ้านบางปู และปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช (รายงานผลการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ประจำปีงบประม. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
ทวิชากร ขุนภักดี. (2564). กระบวนการสร้างนวัตกรรมบนฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น และแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนานวัตกรรม: กรณีศึกษากลุ่มอาชีพหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP). ใน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
บริดตา อินรัญ และคณะ. (2567). การพัฒนารูปแบบสมรรถนะนักเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมดิจิทัล. วารสารพัฒนาเทคนิคศึกษา, 36(129), 24–34.
ปณตนนท์ เถียรประภากุล. (2558). กระบวนการเรียนรู้การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นการปั้นเครื่องปั้นดินเผา บ้านม่อนเขาแก้ว ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. วารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 32(2), 79-100.
ประกายทิพย์ พิชัย และคณะ. (2566). กระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาการทอผ้าซิ่นทิวมุกจกดาวแบบเจ้าเมืองอุบลราชธานี. วารสารมนุษยสังคมสาร (มสส.), 21(3), 1-22.
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส และคณะ. (2566). นวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 12(3), 1-14.
วิชญ์ บุญรอด. (2568). การประยุกต์ใช้ Design Thinking และ Co-creation ในการออกแบบเครื่องดนตรีสำหรับผู้สูงอายุ. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 7(2), 181-195.
สุทธิศักดิ์ เพ็ชรผึ้ง และรองฤทธิ์ ไกรกิจราษฎร์. (2567). รูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาในท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัยในจังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการวัดผล ประเมินผล และวิจัยทางการศึกษา, 21(1), 1-15.
สุธาสินี นนทพจน์ และคณะ. (2566). การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานมรดกภูมิปัญญาชุมชนบ้าน โนนกอก จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, 19(1), 1-25.
Lave, J. & Wenger, E. (1991). Situated Learning: Legitimate Peripheral Participation. Cambridge: Cambridge University Press.