ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านความปลอดภัยของผู้บริหาร โรงเรียนขยายโอกาส (ขนาดกลาง) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

Main Article Content

ญาณิฐา แพงประโคน
ชัยกฤต ยกพลชนชัย
จารุพร ดวงศรี
นพรัตน์ ส่งเสริม
ปิยาภรณ์ พิชญาภิรัตน์
นิศากร เชื้อสาธุชน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านความปลอดภัยของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาส (ขนาดกลาง) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 และ 2) กำหนดแนวทางในการออกแบบหลักสูตรการพัฒนาครูแกนนำความปลอดภัยในโรงเรียน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวาง โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 41 คน เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรทั้งหมด เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 0.89) และค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha=0.87) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมทั้งสถิติไคสแควร์และสหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหารโรงเรียนมีความรอบรู้ด้านความปลอดภัยโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M=2.65, S.D.=0.41) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัย (X2 = 22.58) และทักษะการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (X2=29.92) โดยผลการวิเคราะห์ด้วยสถิติสหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน พบว่า ความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยมีความสัมพันธ์ทางบวกกับทักษะการปฏิบัติด้านความปลอดภัยในระดับปานกลาง (r=0.528) ในขณะที่ปัจจัยบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ประสบการณ์ทำงานและการเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านความปลอดภัย สำหรับแนวทางออกแบบหลักสูตรพัฒนาครูแกนนำความปลอดภัยควรมุ่งเน้น 4 ประเด็นหลัก 1) บูรณาการความรู้สู่ทักษะปฏิบัติ 2) พัฒนาทักษะการตัดสินใจในภาวะวิกฤต 3) ฝึกปฏิบัติและการเรียนรู้เชิงรุก และ 4) ออกแบบหลักสูตรที่เป็นสากล ผลการศึกษานี้จะนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรครูแกนนำความปลอดภัยในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แพงประโคน ญ., ยกพลชนชัย ช. ., ดวงศรี จ. ., ส่งเสริม น. ., พิชญาภิรัตน์ ป. ., & เชื้อสาธุชน น. . (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านความปลอดภัยของผู้บริหาร โรงเรียนขยายโอกาส (ขนาดกลาง) ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(1), 220–234. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/295718
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย. (2565). โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2565. เรียกใช้เมื่อ 15 กันยายน 2568 จาก https://kkhos.moph.go.th/kkhos/data_workmanual/schoolhealth_2022.pdf

กาญจนา ไล้มนท์. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความปลอดภัยในการใช้ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรม พระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 12(1), 56-66.

ชัยโซ เจ๊ะหะ และคณะ. (2566). การบริหารงานความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานราธิวาส. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, 19(1), 54-66.

ทิพวรรณ สุขสวัสดิ์ และคณะ. (2565). การพัฒนาความรอบรู้ด้านความปลอดภัยของครูในโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 52(3), 205-218.

สุวรรณี สุขสมบูรณ์ และคณะ. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความปลอดภัยในการฝึกปฏิบัติพื้นฐานวิชาชีพของนักศึกษาอาชีวศึกษาในประเทศไทย. วารสารพยาบาลทหารบก, 20(3), 227-236.

Anderson, L. W. & Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. New York: Longman.

Basahel, A. M. (2021). Safety leadership, safety attitudes, safety knowledge and motivation toward safety-related behaviors in electrical substation construction projects. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18(8), 4196. https://doi.org/10.3390/ijerph18084196.

Goniewicz, K. (2021). European educational programs in health emergency and disaster management: An integrative review. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18(21), 11455. https://doi.org/10.3390/ijerph182111455.

Neal, A. et al. (2000). The impact of organizational climate on safety climate and individual behavior. Journal of Occupational Health Psychology, 5(3), 347-358. https://doi.org/10.1037/1076-8998.5.3.347.

Nutbeam, D. & Lloyd, J. E. (2021). Understanding and responding to health literacy as a social determinant of health. Annual Review of Public Health, 42, 159-173. https://doi.org/10.1146/annurev-publhealth-090419-102529.

Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health promotion international, 15(3), 259-267.

Pratiwi, D. E. et al. (2024). The relationship between safety knowledge and safety motivation with safety performance among construction workers of PT. X in Bandung Regency. Medical Technology and Public Health Journal, 8(1), 46-54.

UNESCO. (2022). Comprehensive School Safety Framework 2022-2030. Paris: UNESCO.

Vinodkumar, M. N. & Bhasi, M. . (2010). Safety management practices and safety behavior: Assessing the mediating role of safety knowledge and motivation. Accident Analysis & Prevention, 42(6), 2082-2093.

Wallen, N. E. & Fraenkel, J. R. (2013). Educational research: A guide to the process. New York: Routledge.

Walters, R. et al. (2020). Establishing the efficacy of interventions to improve health literacy and health behaviors: a systematic review. BMC public health, 20(1), 1040. https://doi:10.1186/s12889-020-08991-0.

World Health Organization. (2021). Global Standards for Health Promoting Schools. Geneva: WHO.