โมเดลปัจจัยสู่ความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชนเพื่อความยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

อติพร เกิดเรือง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยของเครือข่ายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชน 2) ศึกษาความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชน 3) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่าย และ 4) พัฒนาโมเดลปัจจัยสู่ความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชนเพื่อความยั่งยืน เป็นการศึกษาวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 580 คน โดยใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลสถิติด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสมการถดถอยแบบพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยของเครือข่ายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชน พบว่า มีปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การมีส่วนร่วม การบูรณาการความรู้ การสนับสนุนทรัพยากร และการติดตามประเมินผล โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก การมีส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด 2) ความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชน ผลการวิจัยพบว่า ความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชนเกิดจากการขับเคลื่อนร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และชุมชน ส่งผลให้การพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมมีความก้าวหน้าอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด 3) การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรม ผลการถดถอยพหุคูณแสดงให้เห็นว่าปัจจัยทั้งสี่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสามารถอธิบายความแปรปรวนของความสำเร็จได้ร้อยละ 86.5 การมีส่วนร่วมเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด และ 4) ผลจากการวิจัยนำไปสู่การพัฒนาโมเดลปัจจัยสู่ความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วม การบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลที่โปร่งใส

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เกิดเรือง อ. . (2025). โมเดลปัจจัยสู่ความสำเร็จของเครือข่ายนวัตกรรมชุมชนเพื่อความยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 12(11), 212–223. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/295361
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชลวิทย์ เจียรจิตต์ และคณะ. (2565). นวัตกรรมทางสังคมกับแนวทางการพัฒนาเครือข่าย สัมมาชีพชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 11(2), 1-14.

พิสมัย ประชานันท์ และบัณฑิต ผังนิรันดร์. (2561). รูปแบบนวัตกรรมการจัดการเครือข่ายเพื่อการส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. รมยสาร, 16(1), 9-24.

มณฑณ ศรีสุข และคณะ. (2567). การพัฒนาระบบบริหารเครือข่ายจัดการนวัตกรรมและพันธกิจสัมพันธ์เพื่อการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยความร่วมมือของเครือข่าย มหาวิทยาลัยราชภัฏและหน่วยงานภาคี. วารสาร วิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 7(3), 120-135.

สำนักงานสถิติจังหวัดเชียงใหม่. (2566). สถิติชุมชนและจำนวนหมู่บ้าน จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: กระทรวงมหาดไทย.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570). กรุงเทพมหานคร: สศช.

Agranoff, R. & McGuire, M. (2003). Collaborative public management: New strategies for local governments. Washington, DC: Georgetown University Press.

Ansell, C. & Gash, A. (2007). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.

Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224.

Chaskin, R. J. (2001). Building community capacity: A definitional framework and case studies from a comprehensive community initiative. Urban Affairs Review, 36(3), 291-323.

Flora, C. B. & Flora, J. L. (2008). Rural communities: Legacy and change. (3rd ed.). Boulder, Colorado: Westview Press.

Nonaka, I. & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. New York: Oxford University Press.

Nunnally, J. C. (1978). Psychometric theory. (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.

Pretty, J. (1995). Participatory learning for sustainable agriculture. World Development, 23(8), 1247-1263.

Provan, K. G. & Kenis, P. (2008). Modes of network governance: Structure, management, and effectiveness. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(2), 229-252.

Putnam, R. D. (2000). Bowling alone: The collapse and revival of American community. New York: Simon & Schuster.

Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2(2), 49-60.

Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York: Doubleday.

UNDP. (2016). Human development report 2016: Human development for everyone. New York: United Nations Development Programme.

UNESCO. (2021). Chiang Mai: City of Crafts and Folk Art Initiative Monitoring Report 2021. Chiang Mai: Chiang Mai Provincial Administrative Organization.

United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 Agenda for Sustainable Development. United Nations. Retrieved March 8, 2024, from https://sdgs.un.org/2030agenda

Woolcock, M. & Narayan, D. (2000). Social capital: Implications for development theory, research, and policy. The World Bank Research Observer, 15(2), 225-249.

Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis. (2nd ed.). New York: Harper & Row.