ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์และแรงจูงใจที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 2) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ แรงจูงใจ และประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และ 3) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์และแรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 การวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณ ประชากร คือ ข้าราชการตำรวจ จำนวน 10,495 นาย และกำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 นาย โดยใช้สูตรของ ทาโร ยามาเน พร้อมการสุ่มตัวอย่างแบบอาศัยความน่าจะเป็น เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วยค่า IOC และทดสอบความเชื่อมั่นด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ซึ่งอยู่ในระดับสูง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 มีภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์อยู่ในระดับมากที่สุด (เฉลี่ย = 4.27) มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากที่สุด (เฉลี่ย = 4.38) และมีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากที่สุด (เฉลี่ย = 4.30) 2) ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับมากที่สุดกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน (r = 0.899) และมีความสัมพันธ์กับภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ในระดับมาก (r = 0.820) โดยทั้งสองตัวแปรมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) ผลการวิเคราะห์การถดถอย พบว่า แรงจูงใจในการปฏิบัติงานเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานมากที่สุด ( = 0.663) รองลงมา คือ ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ (
= 0.303)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
บัวแก้ว เก่งตรง และคณะ. (2566). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(5), 17-35.
วรวิทย์ กุลชาติ. (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน, 1(1), 18-31.
ศรายุทธ์ พาละเอ็น และคณะ. (2568). อิทธิพลของคุณภาพชีวิตการทำงานต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, 13(1), 226-236.
สุทธิโชติ สมควรดี และคณะ. (2564). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18(81), 62-71.
สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ และภมร ขันธะหัตถ์. (2568). ประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสหวิทยาการและการวิจัย, 5(1), 423-440.
อำนาจ อ่อนฤทธิ์. (2563). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7. วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 7(2), 81-93.
Bass, B. M. (1990). Bass & Stogdill’s handbook of leadership: Theory, research, and managerial applications. (3rd ed.). New York: Free Press.
Herzberg, F. (1966). Work and the nature of man. Cleveland, OHIO: World Publishing Company.
Hood, C. (1991). A public management for all seasons. Public Administration, 69(1), 3-19.
Ireland, R. D. & Hitt, M. A. (2005). Achieving and maintaining strategic competitiveness in the 21st century: The role of strategic leadership. Academy of Management Executive, 19(4), 63-77.
Nunnally, J. C. & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric Theory. New York: McGraw-Hill.
Robbins, S. P. & Judge, T. A. (2019). Organizational behavior: Global edition. (18th ed.). Harlow, England: Pearson Education Limited.
Yamane, T. (1967). Work and Motivation. New York: John Wiley and Sons.