การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับ การนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อน เพื่อส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตสำหรับเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนาสาร

Main Article Content

ศิรินันท์ สถาพร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาและหาคุณภาพของรูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ และ 3) เพื่อประเมินและรับรองรูปแบบ กลุ่มเป้าหมาย ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลเทศบาลนาสาร จำนวน 8 คน คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ประเด็นสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน t-test สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสัมพันธ์กัน ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อน เพื่อส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตสำหรับเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนาสาร มีชื่อว่า “2O3K Model” ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้ และกระบวนการ 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่1 การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Organizational Learning: O) ขั้นที่ 2 การกำหนดเป้าหมาย(Objectivity: O) ขั้นที่ 3 เสริมสร้างความรู้(Knowledge enhancement: K) ขั้นที่ 4 ศึกษาชั้นเรียน (Knowledge-based supervision: K) และขั้นที่ 5 ประเมินผล (Knowledge Evaluation: K) 2) ประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า ความเข้าใจก่อนและหลังการใช้รูปแบบ อยู่ในระดับมาก ความสามารถในการส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตระหว่างการใช้รูปแบบ อยู่ในระดับมาก ความสามารถในการนิเทศของผู้นิเทศหลังการใช้รูปแบบ อยู่ในระดับมาก ความคิดเห็นของครูปฐมวัยที่มีต่อรูปแบบ อยู่ในระดับมาก 5 ความคิดเห็นของผู้นิเทศที่มีต่อรูปแบบ อยู่ในระดับมาก และ 3) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ “2O3K” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า แต่ละประเด็นมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ มากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สถาพร ศ. . (2025). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับ การนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อน เพื่อส่งเสริมทักษะแห่งอนาคตสำหรับเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลเทศบาลนาสาร. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 12(7), 192–202. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/291326
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ณิชชยาวรรณ พันธ์ศุภะ และกิตติชัย สุธาสิโนบล. (2566). “Future Skill” ทักษะแห่งอนาคต: พัฒนาคุณภาพผู้เรียนหลังยุคโควิด. วารสารคหเศรษฐศาสตร์, 66(2), 24-30.

ปนัสยา รัตนพันธุ์. (2560). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูปฐมวัย. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 12(1), 45-59.

ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง และอรพิณ ศิริสัมพันธ์. (2561). การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ. วารสารครุศาสตร์, 46(3), 33-48.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 5 - 8 (19 สิงหาคม 2542).

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. เรียกใช้เมื่อ 12 กันยายน 2567 จาก https://backoffice.onec.go.th/uploaded/Outstand/2017-EdPlan60-79.pdf

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัย ในสถาบันอุดมศึกษาของไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สำนักนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

DuFour, R. & Eaker, R. (1998). Professional Learning Communities at Work: Best Practices for Enhancing Student Achievement. Bloomington, Indiana: National Educational Service.

DuFour, R. et al. (2006). Learning by Doing: A Handbook for Professional Learning Communities at Work. Bloomington, Indiana: Solution Tree.

Showers, B. & Joyce, B. (1996). The evolution of peer coaching. Educational Leadership, 53(6), 12-16.

Sparks, D. & Bruder, S. (1987). Thinking about school improvement. Journal of Staff Development, 8(1), 42-47.

Stoll, L. et al. (2006). Professional learning communities: A review of the literature. Journal of Educational Change, 7(4), 221-258.