รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาปฐมวัย ที่มีประสิทธิผลตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผลตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย 2) ศึกษารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัย โดยใช้รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยในโรงเรียน จำนวน 320 คน และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโปรแกรมสำเร็จรูป Mplus ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผลตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 2) ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ได้แก่ ค่าไค-สแควร์ (Chi-square) เท่ากับ 71.310 ที่องศาอิสระ (df) เท่ากับ 55 ค่าความน่าจะเป็น (p-value) เท่ากับ 0.0687 ค่าไค-สแควร์สัมพันธ์ (χ2/df) เท่ากับ 1.29 มีค่าน้อยกว่า 2.00 ค่า CFI เท่ากับ 0.997 ค่า TLI เท่ากับ 0.993 ค่า SRMR เท่ากับ 0.021, ค่า RMSEA เท่ากับ 0.049 3) จากการสัมภาษณ์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิผล พบว่า ควรส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้กล้าแสดงออกและคิดเป็นระบบ ครูมีความพึงพอใจในบทบาทผู้อำนวยความคิด แม้มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ โรงเรียนพัฒนาเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญ คือ กิจกรรมทดลองปฏิบัติจริง สมรรถนะองค์การ ภาวะผู้นำผู้บริหาร และสภาพแวดล้อมโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมความร่วมมือกับผู้ปกครองเพื่อความยั่งยืนของโครงการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จิราวรรณ เซ่งย่อง. (2561). แนวทางการพัฒนาโรงเรียนสู่การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
พงษ์พิพัฒน์ นารินรักษ์. (2566). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียนมาตรฐาน สากลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ภารดี อนันต์นาวี. (2561). องค์กรนวัตกรรมทางการศึกษา: การบริหารจัดการ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ, 10(2), 10-21.
วรัชญ์ธารี ประกิ่ง. (2561). การสร้างบรรยากาศโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย ขอนแก่น, 41(2), 1-10.
สุรัสวดี บุญติด. (2562). องค์การแห่งการเรียนรู้: แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโรงเรียน. วารสารการบริหารการศึกษา, 15(3), 152-160.
อนุชา เงินแพทย์. (2560). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารและบรรยากาศโรงเรียนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียนมาตรฐานสากล. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 9(1), 91-109.
อุมาพร ธรรมสมบัติ. (2563). ภาวะผู้นำกับการบริหารสถานศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
Bodrova, E. & Leong, D. J. (2007). Tools of the mind: The Vygotskian approach to early childhood education. Upper Saddle River: Pearson Education.
Borman, G. D. & Dowling, N. M. (2010). Interventions to improve elementary students’ academic achievement: A meta-analysis. Review of Educational Research, 80(3), 286-316.
Bronfenbrenner, U. (1979). The Ecology of Human Development: Experiments by Nature and Design. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Byrne, B. M. (2010). Structural equation modeling with AMOS: Basic concepts, applications, and programming. (2nd ed.). New York: Routledge.
Epstein, J. L. (2001). School, family, and community partnerships: Preparing educators and improving schools. Boulder: Westview Press.
Fox, J. E. (2010). The role of drawing in kindergarteners' science learning. International Research Journal for Art in Early Childhood Education, 2(1), 1-9.
Glickman, C. D. (2002). Leadership for learning: How to help teachers succeed. Alexandria: Association for Supervision and Curriculum Development.
Hair, J. F. et al. (2019). When to Use and How to Report the Results of PLS-SEM. European Business Review, 31(2019), 2-24.
Hanushek, E. A. & Woessmann, L. (2008). The role of cognitive skills in economic development. Journal of Economic Literature, 46(3), 607-668.
Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. New York: Routledge.
Johnson, D. W. & Johnson, R. T. (2009). An educational psychology success story: Social interdependence theory and cooperative learning. Educational Researcher, 38(5), 365-379.
OECD. (2006). Thematic review of early childhood education and care policy in Thailand. Paris, France: Organization for Economic Co-operation and Development.
OECD. (2019). Education at a glance 2019: OECD indicators. Paris, France: Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) Publishing.