การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางการพัฒนาระบบการช่วยเหลือ ด้านการอ่าน สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่าน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาระบบการช่วยเหลือทางด้านการอ่าน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนภาษาไทย ครูการศึกษาพิเศษ และผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน รวมทั้งสิ้น 8 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ประเด็นคำถามเพื่อการสนทนากลุ่ม และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบัน มีนักเรียนจำนวนมากยังขาดทักษะการอ่านขั้นพื้นฐาน เช่น การแจกลูก การสะกดคำ ครูผู้สอนส่วนใหญ่ยังไม่มีแนวทางหรือระบบการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะด้านการอ่านของนักเรียนที่มีปัญหาโดยตรง และขาดเครื่องมือในการวินิจฉัยความสามารถทางการอ่านที่มีประสิทธิภาพและใช้ได้จริงภายในโรงเรียน 2) สภาพปัญหา พบว่า ครูยังขาดความรู้เฉพาะด้านการสอนนักเรียนที่มีปัญหาทางการอ่าน ไม่สามารถออกแบบกิจกรรมที่ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีภาระงานจำนวนมากที่ไม่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้เฉพาะด้านการอ่านอย่างต่อเนื่อง และ 3) แนวทางการพัฒนา ผู้ให้ข้อมูลเสนอให้มีการพัฒนาระบบการช่วยเหลือทางด้านการอ่านที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยแบ่งระดับการช่วยเหลือตามความรุนแรงของปัญหา เช่น Tier 1 - 3 ตามแนวคิด Response to Intervention (RTI) ซึ่ง Tier 1 คือ การสอนในห้องเรียนรวมทั่วไป Tier 2 คือ การสอนเสริมเป็นกลุ่มย่อย และ Tier 3 คือ การช่วยเหลือแบบรายบุคคล ทั้งนี้ ควรมีการพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยและเครื่องมือการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). พระราชบัญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). รายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและการสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กรุงเทพธุรกิจ. (2563). อัพสมรรถนะครูตำรวจตระเวนชายแดน. เรียกใช้เมื่อ 14 พฤษภาคม 2567 จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/880614
เกศรินทร์ ศรีธนะ. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านการเขียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนเรียนรวมตามกระบวนการอาร์ทีไอ (Response to Instruction: RT). ใน ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาพิเศษ. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
จุฑาภัค มีฉลาด และคณะ. (2564). พัฒนาระบบการตอบสนองต่อการช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาการอ่าน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(3), 1283-1294.
ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2555). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน (Reading and Reading Promotion). กรุงเทพมหานคร: ศิลปาบรรณาคาร.
พรทิพย์ ชาตะรัตน์. (2556). “การอ่าน: เครื่องมือในการแสวงหาความรู้”. วารสารวิชาการ, 5(1), 59-61.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2563). ค่าสถิติพื้นฐานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563. เรียกใช้เมื่อ 4 มกราคม 2568 จาก https://www.niets.or.th/th/content/view/11821
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้. (2562). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
Fuchs, D. & Fuchs, L. S. (2006). Introduction to response to intervention: What, why, and how valid is it? Reading Research Quarterly, 41(1), 93-99. https://doi.org/10.1598/RRQ.41.1.4
National Center for Education Statistics. (2022). The condition of education 2022: Reading performance. U.S. Department of Education. Retrieved July 3, 2025, from https://nces.ed.gov/use-work/resource-library/report/compendium/condition-education-2022