การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติโดยบูรณาการการเรียนแบบกลุ่ม สำหรับนักศึกษาที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้าน ทักษะปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาครูนาฏศิลป์

Main Article Content

มาลินี แทนบุญ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกรณีศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติผ่านการบูรณาการการเรียนแบบกลุ่ม เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางด้านทักษะปฏิบัติระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน และประเมินความพึงพอใจของรูปแบบการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติผ่านการบูรณาการการเรียนแบบกลุ่ม โดยประชากรในการวิจัย คือ นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สาขานาฏศิลป์ศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ประมวลรายวิชาทักษะนาฏศิลป์ 1 แบบประเมินทักษะปฏิบัติ และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ยค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบ t-test จากการศึกษาผลการเปรียบเทียบคะแนนทักษะปฏิบัติก่อน และหลังเรียนผ่านการบูรณาการการเรียนแบบกลุ่ม พบว่า หลังการเรียนด้วยรูปแบบบูรณาการแบบกลุ่ม คะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (ค่า t อยู่ ในช่วง 2.58 ถึง 8.13) ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนในทุกด้านที่มีการพิจารณา และผลการประเมินความพึงพอใจ พบว่า ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ มีค่า 4.61 ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก หัวข้อที่มีผลการประเมินสูงสุดในระดับดีมาก ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติ ช่วยให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ และนักศึกษาทุกคนได้เป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองหรือร่วมกับกลุ่มทุกกิจกรรม แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติผ่านการบูรณาการการเรียนแบบกลุ่มช่วยให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์โดยตรงสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ นอกจากนี้มีการสอดแทรกความเป็นครูในตอนท้าย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพแก่นักศึกษามากยิ่งขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แทนบุญ ม. . (2025). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติโดยบูรณาการการเรียนแบบกลุ่ม สำหรับนักศึกษาที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้าน ทักษะปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาครูนาฏศิลป์. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 12(6), 82–91. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/289502
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัลยา วาณิชย์บัญชา. (2545). การวิเคราะห์สถิติสำหรับการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ธรรมสาร.

ไชยมนตรี วงศ์คำจันทร์ และเด่นดวง มูลเมือง. (2568). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคเพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) ร่วมกับเกม เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องแนวคิดการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 19(1), 118-134.

ธีรพล จำนงนิจ. (2548). ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2543). ปรัชญาการศึกษาเชิงสร้างสรรค์และผลิตภาพ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศศิพัชร์ สังข์พาลี และคณะ. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชานาฏศิลป์ละคร 3 ชุดฉุยฉายเบญกายของนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 วิทยาลัยนาฏศิลปะลพบุรีที่เรียน โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ ผสมผสานบทเรียนออนไลน์ Google Site. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 14(2), 409-420.

ศิริพันธุ์ สาสะกุล. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและการทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(1), 23-34.

สุดารัตน์ บัวบุญ จ้ำมา. (2555). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะปฏิบัติ เรื่อง รําวงมาตรฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (นาฏศิลป์) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการเรียนการสอน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ไสว ฟักขาว. (2544). การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพมหานคร: เอมพันธ์.

Davies, I. K. (1971). The Management of Learning. London: McGrew-Hill.

Miao, L. & Lili, Y. (2025). Implementation of Cooperative Learning Method to Enhance the Students' Learning Ability and Students' Core Competencies. Higher Education Studies, 14(3), 104-104.

Simpson, D. (1972). Teaching physical education: A system approach. Boston: Houghton Muffilin.