การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่โดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคมพหุวัฒนธรรม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่โดยชุมชนมีส่วนร่วม และ 2) เสนอกรอบการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยใช้แนวทางนาทับโมเดล เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนตำบลจะโหนงและตำบลตลิ่งชัน จำนวน 60 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยสังเคราะห์เพื่อหาข้อสรุปแล้วนำเสนอแบบพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเชิงพื้นที่โดยชุมชนมีส่วนร่วม อำเภอจะนะ ได้แก่ 1) ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน 2) ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเฉพาะกลุ่มชุมชนพื้นที่รับผิดชอบ 3) ชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ 4) ชุมชนมีศักยภาพและให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมร่วมกับผู้นำ 5) ชุมชนมีกลุ่มเครือข่ายทำงานเพื่อสังคมอยู่แล้วแต่ยังเป็นไปในทิศทางต่างคนต่างทำ และผลการระดมความคิดของชุมชนตามแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้ได้กรอบการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยชุมชนเสนอกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นพหุวัฒนธรรม ได้แก่ กิจกรรมวันผู้สูงอายุ กิจกรรมร้องรำทำกับข้าวเล่าความหลัง กิจกรรมชิม ช้อป ใช้ กิจกรรมกลุ่มแม่บ้านพาเพลิน กิจกรรมเดินริมเล ตลิ่งชัน ยัน จะโหนง และกิจกรรมสร้างสัมพันธ์สถานศึกษากับชุมชน ภายใต้แนวคิดงานพหุวัฒนธรรมสัมพันธ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กฤตธี โอบอ้อม และคณะ. (2566). กระบวนการเสริมสร้างสำนึกความเป็นพลเมืองและแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างสำนึกความเป็นพลเมือง. วารสารสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 3(2), 50-61.
จําเนียร ชุณหโสภาค และคณะ. (2563). การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในสังคมพหุวัฒนธรรมของผู้นํารุ่นใหม่สู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 9(2), 50-61.
ทวีคูณ สวรรค์ตรานนท์ และคณะ. (2552). การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อสนับสนุนการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลแบบมีส่วนร่วมในเขตพื้นที่ 10. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2(1), 49-61.
นฤนันท์ สุริยมณี และคณะ. (2548). BEST PRACTICES เครือข่ายเข้มแข็งปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการพัฒนาสังคม. นครปฐม: คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
พระมหาสุทิตย์ อาภากโร. (2547). เครือข่าย: ธรรมชาติความรู้และการจัดการ. กรุงเทพมหานคร: โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.).
พิชญา สุวรรณโน และคณะ. (2566). รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม: กรณีศึกษา ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
มนตรี นุ่มนาม และคณะ. (2558). เครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการศิลปวัฒนธรรมโครงการประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองบางขลัง จังหวัดสุโขทัย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 10(45), 149-155.
ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580. (2561). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก หน้า 14 (13 ตุลาคม 2561).
สมนึก ภัททิยธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.
สุเชน เลิศวีระสวัสดิ์. (2563). สังคมพหุวัฒนธรรมกับนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศไทย. วารสารมุมมองความมั่นคง สถาบันความมั่นคงศึกษา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, 1(2), 85-90.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2551). พหุวัฒนธรรมในบริบทของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมและวัฒนธรรม. ใน รายงานการวิจัย. ศูนย์ภูมิภาคทางสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.