ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการ ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษานี้ คือ ผู้บริโภคที่มีความสนใจในรถยนต์ไฟฟ้าและอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 ราย โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน T - test, F - test (One Way ANOVA) และถดถอยพหุคูณ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มตัวอย่างให้ระดับความสำคัญในปัจจัยการตลาด ปัจจัยการยอมรับสินค้า และกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยรวมอยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้บริโภคที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกันมีกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่แตกต่างกัน 2) ปัจจัยทางการตลาด คือ ผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมการตลาด มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร และ 3) ปัจจัยการยอมรับสินค้า คือ แรงจูงใจภายใน การใช้งานง่าย และการรับรู้ถึงประโยชน์ มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร ข้อเสนอแนะ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับความทนทานของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีจุดชาร์จไฟแบบ Quick Charge ตามจุดต่าง ๆ อย่างทั่วถึง มีสื่อหลากหลายช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า เช่น โทรทัศน์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เป็นต้น มีการดูแลบำรุงรักษาฟรีในระยะ 6 เดือนแรก มีบริการหลังการขายของศูนย์ มีการรับประกันแบตเตอรี่ของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นเวลา 10 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกอุ่นใจ และความกังวลต่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหมดไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงพลังงาน. (2558). แผนอนุรักษ์พลังงานปี พ.ศ. 2558-2579. เรียกใช้เมื่อ 22 มิถุนายน 2565 จาก http://www.eppo.go.th/images/POLICY/PDF/EEP2015.pdf
กัลยา วานิชย์บัญชา และฐิตา วานิชย์บัญชา. (2561). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล (พิมพ์ครั้งที่ 31). กรุงเทพมหานคร: สามลดา.
ณรงค์ชัย ศรีขวัญเจริญ และคณะ. (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า. ใน สารนิพนธ์วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
พิทยาภรณ์ วงษ์กิตติวัฒน์. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภควัยทำงานในกรุงเทพมหานคร. ใน สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน. (2564). อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Future of Electrified Vehicles). เรียกใช้เมื่อ 25 มกราคม 2565 จาก https://mgronline.com/motoring/detail/9640000012115
ภราดร ตุ่นแก้ว. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ FOMM ONE ในเขตกรุงเทพมหานคร. ใน สารนิพนธ์ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. เข้าถึงได้จาก สารนิพนธ์ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด
วรลักษณ์ พงษ์พูล. (2563). กระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของคนทำงานในจังหวัด กรุงเทพมหานคร. ใน วารสารวิจัย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วราภรณ์ หัตถกี และวีรินทร์ หวังจิรนิรันดร์. (2555). ทัศนคติของกลุ่มผู้ใช้และสนใจรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด. วารสารพลังงานวิจัย , 9(2), 12-21.
ศุภวัจน์ รุ่งสุริยะวิบูลย์ และคณะ. (2562). การวิเคราะห์พฤติกรรมการยอมรับยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน.
สิริพัฒน์ ดีขำ. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ของผู้เข้าร่วมงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 38 ในกรุงเทพมหานคร. ใน สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
Kotler, P. (2016). Marketing Management: Analysis, Planning, Implementation, and Control (15th Global ed.)Upper Saddle River. NJ: Prentice-Hall.
Venkatesh, V. & C. Speier . (1999). Computer technology training in the workplaces: A longitudinal investigation of the effect of mood. Organization Behavior and Human Decision Process, 79(1), 1-28.