ภาวะผู้นำและวัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน ของบุคลากรครูโรงเรียนวัดลานบุญ สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำ และวัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรครูโรงเรียนวัดลานบุญ สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และ 2) เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลของบุคลากรครูต่อปัจจัยด้านภาวะผู้นำ และวัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรครูโรงเรียนวัดลานบุญ เป็นวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถาม เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง กลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากรครูวัดลานบุญ จำนวน 80 คน สถิติที่ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน T - Test F - Test และตารางประกอบความเรียง ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำ และวัฒนธรรมองค์การมีผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน ได้แก่ 1) ด้านพฤติกรรมผู้นำ ผู้นำแบบปล่อยเสรีมีค่าเฉลี่ยมากสุด ( = 3.55, S.D. = 0.88 ) น้อยสุดคือ ผู้นำแบบเปลี่ยนแปลง (
= 3.49, S.D = 0.79) 2) ด้านวัฒนธรรมการทำงาน การปรับตัวมีค่าเฉลี่ยมากสุด (
= 3.60, S.D. = 0.88 ) น้อยสุดคือ การมีส่วนร่วม (
= 3.54, S.D = 1.00) และ 3) ด้านคุณภาพชีวิตการทำงาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
= 3.85, S.D. = 0.75) ได้แก่ 1) พัฒนาความสามารถ 2) ค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม 3) บูรณการทางสังคม 4) ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน 5) สิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย 6) ระเบียบข้อบังคับ 7) ความก้าวหน้าและมั่นคง และ 8) ปฏิบัติงานในสังคม และ 2) เปรียบเทียบปัจจัยโดยจำแนกคุณลักษณะส่วนบุคคลตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ตำแหน่งงาน และประสบการณ์ทำงาน ภาพรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ในส่วนผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน และวัฒนธรรมการปรับตัวแตกต่างในเรื่องเพศ และผู้นำแบบปล่อยเสรีแตกต่างในเรื่องรายได้ต่อเดือน รวมถึงวัฒนธรรมเอกภาพแตกต่างในเรื่องประสบการณ์ทำงาน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ทิมมิกา เครือเนตร. (2554). ภาวะผู้นํากับแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานบริษัท ไทยฟู้ดส์กรุ๊ป จำกัด. ใน ดุษฎีนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์.
นาถนารี ชนะผล และคณะ. (2563). สภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(4), 1688-1709.
นิวัฒน์ รังสร้อย และพีระพงษ์ วรภัทร์ถิระกุล. (2563). การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(10), 142-153.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาการพิมพ์.
พภัสสรณ์ วรภัทร์ถิระกุล. (2562). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร). วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(1), 486-498.
ยุทธนา ขวัญเมือง และสุทธิพงษ์ ศรีวิชัย. (2563). การพัฒนานวัตกรรมการเสริมสร้างเยาวชนต้นแบบ ตามนโยบายปฏิรูปการศึกษาสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(4), 2079-2097.
โรงเรียนวัดลานบุญ. (2563). รายงานประเมินตนเอง ประจำปีการศึกษา 2562. กรุงเทพมหานคร: โรงเรียนวัดลานบุญ.
ศิวิไล กุลทรัพย์ศุทรา. (2552). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัท เอ. เอส. แอสโซซิ เอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด. ใน ดุษฎีนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชา การจัดการทั่วไป. มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร.
หทัยรัตน์ สกุลปัน. (2560). การศึกษาคุณภาพชีวิตในการทำงานของครูโรงเรียนเอกชน ในเครือมูลนิธิไทไชโย. ใน การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 2. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). New York: Harper Collins. Publishers.
Daniel, K. & Robert, L. K. (1966). The Social Psychology of Organization. New York: JohnWiley & Sons.
De Bono, Edward. (1970). Lateral thinking: creativity step by step. New York: Harper and.
Jackson, S. E. et al. (2009). Managing human resources. Mason, OH: South - Western Cengage Learning.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, M. (Ed.), Attitude Theory and Measurement (pp. 90-95). New York: Wiley & Son.