รูปแบบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม จังหวัดพัทลุง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจคุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 2) สำรวจรูปแบบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมกับความมีชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และการมีส่วนร่วม 3) ค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นการวิจัยแบบผสมเชิงปริมาณกับเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าความสัมพันธ์ และค่าเพียรสัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 75.8 อายุระหว่าง 41 - 50 ปี คิดเป็นร้อยละ 58.0 สถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 63.50 มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 79.0 อาชีพผู้ประกอบการ คิดเป็นร้อยละ 34.8 มีรายได้ต่อเดือนที่ 10,001 - 20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.8 2) ระดับความคิดเห็นด้านการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมพบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณารายด้านพบว่าความรับผิดชอบต่อจริยธรรม มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รูปแบบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมที่เหมาะสมในด้านภาพลักษณ์ คือความมีชื่อเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมพบว่าการมีส่วนร่วมไม่มีความสัมพันธ์ ส่วนภาพลักษณ์, ความมีชื่อเสียงมีความสัมพันธ์กับรูปแบบการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกันว่าภาครัฐและเอกชนต้องส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม ให้เกิดกิจกรรมขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ต้องส่งเสริมและพัฒนาสภาพแวดล้อมและอนุรักษ์ธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวให้มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และรักษาภาพอันสวยงามของวัฒนธรรมไทย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ณพัชร ประพันธ์พจน์. (2558). การมีส่วนร่วมในกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมของพนักงานบริษัท ยูนิลิเวอร์ไทยโฮลดิ้ง จำกัด. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตมหาบัณฑิต สาขาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นัฐพงษ์ สุขประเสริฐ และคณะ. (2561). การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมที่มีผลต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ตลาดหัวรออำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิทยาการจัดการปริทัศน์, 20(2), 9-17.
พนาวัลย์ คุ้มสุด. (2554). รูปแบบความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีอิทธิพลต่อคุณค่าตราสินค้าของธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย. ใน ดุษฎีนิพนธ์บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย.
รมณีย์ บุญวานิช. (2552). การมีส่วนร่วมของพนักงานในการจัดการสิ่งแวดล้อม บริษัท ไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สถาบันไทยพัฒน์. (2553). เปิดผลสำรวจ CSR ไทยโตสวนกระแสเศรษฐกิจ. เรียกใช้เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2563 จาก www.thaicsr.com
สถาบันธุรกิจเพื่อสังคม. (2560). กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม. เรียกใช้เมื่อ 8 มกราคม 2563 จาก www.csri.or.th
สุทธดา ขัตติยะ. (2560). พฤติกรรมความต้องการผักปลอดสารพิษของผู้บริโภคในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. ใน การประชุมวิชาการด้านมนุษยศาศตร์และสังคมศาสตร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2 “มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม” . มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.
Berens, G. & Van Riel, C. B. M. (2004). Corporate associations in the academic literature: Three main streams of thought in the reputation measurement literature. Corporate Reputation Review, 7(2), 161-178.
Carroll, A. B. (1991). The pyramid of corporate social responsibility : toward the moral management of organizational stakeholders. Business Horizons, 34(4), 39-48.