พุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ของทหารกองประจำการ

Main Article Content

สุชาย ทะสุวรรณ์
พระราชปริยัติมุนี .
วุฒินันท์ กันทะเตียน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการ 2) เพื่อศึกษาวิเคราะห์พุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางพุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการ


          โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Method Research) ได้แก่ การวิจัยวิจัยเชิงคุณภาพ การสัมภาษณ์เชิงลึก ทั้งหมด 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยพรรณนาความวิเคราะห์ และการวิจัยเชิงปริมาณโดยการแจกแบบสอบถามแก่ทหารกองประจำการ กรมทหารขนส่งรักษาพระองค์กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงจำนวน 200 คน โดยใช้สถิติต่าง ๆ ดังนี้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ได้ผลการวิจัยดังนี้


  1. ด้านขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.17) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านมุทิตารักษาความลับของทางราชการ ( = 4.14) และมี ความคิดเห็นอันดับต่ำที่สุดคือด้านเมตตามุ่งสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ( = 3.88) ผลการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่า ปัจจัยทุกอย่างที่จัดอยู่ภายใต้ความต้องการ (Needs) ต่าง ๆ ของบุคคลย่อมต้องส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการในปัจจุบันทั้งสิ้นผู้วิจัยได้สรุปเป็นปัจจัยที่สำคัญไว้ 7 ด้าน คือ 1) บทบาทของผู้บังคับบัญชา 2) ภาระความรับผิดชอบและความพึงพอใจในหน้าที่การงานที่ปฏิบัติอยู่ 3) ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน 4) นโยบายของหน่วยงาน 5) การให้บำเหน็จรางวัล 6) สภาพแวดล้อมในการทำงาน 7) สภาพส่วนตัวต่อผู้ร่วมงาน หลักพุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการนำหลักพรหมวิหาร 4 มาใช้เป็นแนวทางหลักทำให้การพัฒนาสร้างขวัญและกำลังใจสามารถดำเนินการได้ครบทุกด้าน ทั้งด้านเมตตาควรมีการแบ่งปันช่วยเหลือกันในบางครั้งที่โอกาสอำนวย ด้านกรุณาควรช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอและด้อยโอกาสเมื่อมีโอกาส ด้านมุทิตาควรยินดีกับเพื่อนร่วมโลก ไม่ควรอิจฉานินทา และด้านอุเบกขาควรให้กำลังใจเพื่อจะให้ผู้อื่นมีแรงสู้ต่อไป

  2. แนวทางพุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการ การใช้หลักพรหมวิหาร 4 สามารถประยุกต์ใช้กับผู้บังคับบัญชาขององค์กรที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของความมีเมตตา ได้แก่ ความสนิทสนม ปรารถนาความสุขความเจริญเพื่อผู้อื่น กรุณา ได้แก่ ปลดเปลื้องยามที่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับทุกข์ มุทิตา ได้แก่ ให้ความสำคัญต่าง ๆ กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่มาติดต่อประสานงาน อุเบกขา ได้แก่ รับฟังความคิดเห็นและให้ความเป็นธรรมโดยเท่าเทียมกัน โดยเน้นที่อุเบกขาให้มาก สามารถนำมาปรับใช้ในองค์กรในเรื่องของการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานโดยเน้นให้ทุกคนมีจิตวิญญาณของการสำนึกในหน้าที่และมีส่วนร่วมในการทำงาน เพื่อส่งผลให้องค์กรมีประสิทธิภาพ

          3. ด้านองค์ความรู้พุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการ สรุปได้เป็นผลการศึกษาที่เรียกว่า SMART MODEL อันเป็นแนวคิดในการบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของทหารกองประจำการ 7 ประการ คือ 1) บทบาทของผู้บังคับบัญชา 2) ภาระความรับผิดชอบและความพึงพอใจในหน้าที่การงานที่ปฏิบัติอยู่ 3) ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน 4) นโยบายของหน่วยงาน 5) การให้บำเหน็จรางวัล 6) สภาพแวดล้อมในการทำงาน และ 7) สภาพส่วนตัวต่อผู้ร่วมงาน หลักพุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้าง โดยสรุปเป็น 4 มิติ คือ S = Stimulate กระตือรือร้น M = Motivate แรงบันดาลใจ A = Allegiance จงรักภักดี T = Teamwork การทำงานร่วมกัน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทะสุวรรณ์ ส., . พ., & กันทะเตียน ว. (2019). พุทธวิธีเชิงบูรณาการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ของทหารกองประจำการ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(1), 210–227. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/178944
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงกลาโหม. (2515). กำหนดผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเลือกและคณะกรรมการชั้นสูง คำสั่งที่ 748/2515. กระทรวงกลาโหม.

ณัฐนันท์ ประกายสันติสุข. (2547). ประสิทธิผลของการสื่อสาร ในการเผยแผ่ธรรมะ หลักสูตรการพัฒนา- จิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.

พระไพศาล วิสาโล. (2551). จิตอาสาพัฒนาชนบทกรณีศึกษา : กลุ่มอาสาพัฒนามหาวิทยาลัยมหิดล. วิทยานิพนธ์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.

วรรณภา พัวเวส. (2552). กระบวนการเกณฑ์และฝึกอบรมทหารกองประจำการกองทัพอากาศที่มีผลกระทบต่อสังคมไทย . วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต.