รูปแบบแรงจูงใจในการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนในโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพแรงจูงใจในการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจูงใจในการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 3) เพื่อเสนอรูปแบบแรงจูงใจในการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นงานวิจัยแบบผสมผสานวิธีคือ การวิจัยเชิงปริมาณ โดยการแจกแบบสอบถามกับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จำนวน 331 รูป วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 12 รูป/คน และการสนทนากลุ่มโดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 11 รูป/คน ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
สภาพแรงจูงใจในการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านสถาบันด้านความสำเร็จ ด้านสภาพแวดล้อม ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านเศรษฐกิจและสังคมด้านเหตุผลส่วนตัว ด้านการประชาสัมพันธ์ และด้านครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามลำดับ
การพัฒนารูปแบบการจูงใจโดยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพในการจัดการศึกษา และสร้างความมั่นใจเรื่องคุณภาพการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของสังคมต้องให้บุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นแบบอย่างที่ดี หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จที่เป็นผลผลิตที่เป็นรูปธรรมจากโรงเรียนเป็นคนที่สร้างความเชื่อมั่น และมั่นใจในศักยภาพการจัดการศึกษา ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความพร้อม มีความสะดวกเหมาะสม และเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล จัดการเรียนการสอนให้มีความหลากหลาย มีความน่าสนใจ มีคุณภาพ และได้มาตรฐานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเป็นที่ยอมรับของสังคม แสดงให้เห็นจุดเด่นที่สำคัญคือการให้การสนับสนุนทุกอย่างโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างทัศนคติที่ดีให้เยาวชนเล็งเห็นถึงความสำคัญ คุณค่า และประโยชน์ของการศึกษา พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัย หลากหลาย น่าสนใจ ชัดเจน น่าเชื่อถือ และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย สร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความมั่นใจให้ครอบครัว และสังคมเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ปลูกฝังให้เยาวชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพระพุทธศาสนาความเป็นสมณะ และสนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และให้โอกาสพัฒนาศักยภาพจากการสนับสนุนของโรงเรียนทั้งคนที่กำลังศึกษาอยู่ หรือคนที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับสูงหลักจบการศึกษาอีกด้วย
รูปแบบแรงจูงใจในการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา คือ ISEIS2P2FO Model ได้แก่ สถาบัน ความสำเร็จ สภาพแวดล้อม การจัดการเรียนการสอน เศรษฐกิจและสังคม เหตุผลส่วนตัว การประชาสัมพันธ์ ครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ความมีศรัทธาและโอกาสทางการศึกษา
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กองพุทธศาสนศึกษา. (2553). แผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ การพัฒนาการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา พ.ศ.2553-พ.ศ.2562. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
กอบพร นิยมราษฎร์. (2553). การตัดสินใจในการเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะวิทยาการจัดการ. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: คณะวิทยาการจัดการ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จุฑามาศ ชูจินดา และคณะ. (2555). แรงจูงใจในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 ในเขตจังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: บัณฑิตวิทยาลัย: วิทยาลัยราชพฤกษ์.
เตือนใจ อารีโรจนนุกูล. (2555). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสายอาชีพของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพ และบริหารธุรกิจ. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: วิจัยสถาบัน: วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ.
เมธาวี สุขปาน. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ของนักเรียนกรณีศึกษาวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิตบัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
รณชัย คงกะพันธ์. (2553). ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกเรียนสถาบันอุดมศึกษาของนักเรียนสายอาชีวศึกษาในจังหวัดภูเก็ตและพังงา. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: บัณฑิตวิทยาลัย: วิทยาลัยราชพฤกษ์.
ศศิวิมล แสนเมือง. (2554). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตั้งใจเลือกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีของนักเรียนที่มีผลการเรียนดีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี: นครราชสีมา.
ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร. (2548). การวิเคราะห์งานวิจัยทางการบริหารการศึกษา. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร.
ศิรินภา ศรีโคกล่าม. (2556). แรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อสถาบันการพลศึกษาของนักศึกษาชั้นปีที่ 1ในเขตภาคกลางปีการศึกษา 2555. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนรินทรวิโฒ.
Krejcie and Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities Educational and Psychological Measurement.