แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร)

Main Article Content

พภัสสรณ์ วรภัทร์ถิระกุล

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลของบุคลากรที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์แรงจูงใจในการปฏิบัติติงานที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) และ4) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) โดยมีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 210 คน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและใช้สูตรการสุ่มตัวอย่างของ (Yamane) ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ 1) ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation 2) t-test และ F - test 3) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) 4) การวิเคราะห์ด้วยสถิติถดถอยพหุคูณ (Multiple Hierarchy Regression Analysis)


          แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) โดยบุคลากรที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน ระดับตำแหน่งงาน และประสบการณ์ แตกต่างกัน ที่นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และ.01 ปัจจัยที่มีผลต่อความสัมพันธ์แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรในการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพสาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) โดยมีค่าน้ำหนักของตัวแปรเรียงจากมากไปหาน้อย คือด้านลักษณะของหน่วยงาน รองลงมาด้านลักษณะของบุคลากรในหน่วยงาน ด้านลักษณะด้านการจัดการ และด้านลักษณะของผู้บริหาร มีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และ .01 และในเรื่องของการมีส่วนร่วมของบุคลากรโดยมีค่าน้ำหนักของตัวแปรเรียงจากมากไปหาน้อย ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผน ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ด้านการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผลดำเนินงาน และด้านการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพัฒนา


          ปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ โดยต้องการสนับสนุนให้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่กระบวน Input-Process-Output โดยให้บุคลากรทุกส่วนของหน่วยงานสามารถเข้ามาดูข้อมูลและสามารถนำข้อมูลในระบบไปใช้งานได้ ซึ่งจะช่วยเอื้อประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน สะดวกต่อการจัดเก็บข้อมูล และประหยัดเวลาในการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรไปศึกษาดูงาน/อบรม/สัมมนาต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วรภัทร์ถิระกุล พ. (2019). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีต่อการบริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร). วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(1), 486–498. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/154095
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กีรติ ยศยิ่งยง. (2548). การวางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อริยมรรค.

ธนวรรธ ตั้งสินทรัพย์ศิริ. (2550). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพมหานคร: บริษัทธนธัชการพิมพ์.

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2553). องค์การและการบริหารจัดการ. นนทบุรี: ธิงค์บียอนด์บุ๊คส์.

วิมล คำนวณ. (2549). ความต้องการกิจกรรมเพื่อการพัฒนาบุคลากรของข้าราชการศาลยุติธรรมในหน่วยงานสังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2. ปัญหาพิเศษ (รป.ม.). มหาวิทยาลัยบูรพา.

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2554). แนวทางการจํากัดค่าใช้จ่ายเพื่อสวัสดิการ รักษาพยาบาลของข้าราชการ (รายงานการวิจัย). กรุงเทพมหานคร: ม.ป.ท.

สํานักนโยบายและแผน สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2547). กว่าจะเป็นหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้า. นนทบุรี: เอส พี เอส พริ้นติ้ง แอนด์ บิลดิ้.

อุทัย เลาหวิเชียร. (2542). รัฐประศาสนศาสตร์ ลักษณะวิชาและมิติต่าง ๆ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เสมาธรรม.

Jackson, S.E., Schuler, R.S., & Werner, S. (2009). Managing human resources. Mason: OH: South-Western Cengage Learning.