ปัจจัยเชิงสาเหตุและแนวทางการช่วยเหลือและป้องกันยาเสพติด ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันยาเสพติดของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร และ 2) พัฒนาแนวทางการช่วยเหลือและป้องกันยาเสพติดสำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานชนิดอธิบายตามลำดับ แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามความรอบรู้ทางสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม แรงจูงใจในการป้องกันยาเสพติด และพฤติกรรมการป้องกันยาเสพติด มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง 0.75 - 0.80 และค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหา (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง ระยะที่ 2 การพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงด้วยการสนทนากลุ่ม โดยคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลหลัก
แบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการป้องกันยาเสพติดในระดับสูง ครูผู้รับผิดชอบดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยา กลุ่มละ 10 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ทางสุขภาพเป็นปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลสูงสุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และแนวทางการช่วยเหลือและป้องกันยาเสพติดสำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยงด้วย “F.O.C.U.S. Model” ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การค้นหาและคัดกรอง 2) การสร้างความไว้วางใจและเปิดใจรับฟัง 3) การให้คำปรึกษาเบื้องต้น 4) การดำเนินแผนช่วยเหลือเฉพาะบุคคล และ 5) การติดตามและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยนี้มีนัยสำคัญเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติสำหรับการพัฒนาระบบการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เกรียงไกร พึ่งเชื้อ และคณะ. (2567). รายงานสถานการณ์การใช้สารเสพติดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2567. ใน รายงานการวิจัย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม.
จตุพร เฉลิมเรืองรอง. (2561). ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจในการป้องกันโรคไม่ติดต่อ ต่อการเลิกบุหรี่ในข้าราชการทหารอากาศ. ใน วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพยาบาลศาสตร์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชมพูนุท แสงวิจิตร และคณะ. (2568). ผลของโปรแกรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดในเด็กวัยรุ่นตอนต้น. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 9(2), 1-16.
นภาภรณ์ พัฒน์มณี และคณะ. (2568). ประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันการสูบบุหรี่โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนร่วมกับการสนับสนุนทางสังคมของนักเรียนมัธยมตอนต้นโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 11(1), 57-69.
พิมพ์พิสาข์ จอมศรี และคณะ. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้เกี่ยวกับสารเสพติดกับพฤติกรรมการควบคุมตนเองของนักเรียนชนชาติพันธุ์ระดับประถมศึกษาตอนปลาย. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(5), 242-255.
ภานุพันธ์ ไพทูรย์. (2567). การพัฒนารูปแบบการป้องกันปัญหายาเสพติดของนักเรียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบ จังหวัดพะเยา. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(6), 666-690.
ยุรนันท์ เทพา. (2567). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 34(2), 12-26.
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2568). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร. เรียกใช้เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://shorturl.asia/a6jQd
สุวิมล ติรกานันท์. (2555). การวิเคราะห์ตัวแปรพหุในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหา นคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Fleary, S. A. et al. (2024). Health literacy and adolescents’ substance use behaviors and correlates: A scoping review. Health Promotion International, 39(3), daae074. https://doi.org/10.1093/heapro/daae074
González-Ponce, B. M. et al. (2024). The protection motivation theory as an explanatory model for intention to use alcohol protective behavioral strategies related to the manner of drinking among young adults. Alcohol and Alcoholism, 59(5), agae059. https://doi.org/10.1093/alcalc/agae059
Kern, L. et al. (2021). Supporting students with emotional and behavioral problems: Prevention and intervention strategies. Baltimore: Paul H. Brookes Publishing.
Kline, R. B. (2016). Principles and practice of structural equation modeling. (4th ed.). New York: The Guilford Press.
Marikyan, D. & Papagiannidis, S. (2023). TheoryHub Book. Newcastle upon Tyne : TheoryHub (Newcastle University). Retrieved February 10, 2026, from https://shorturl.asia/i68VC
Michie, S. et al. (2014). The behaviour change wheel. A guide to designing interventions. Implementation Science, 6(42), 1-11.
Piko, B. F. (2026). Risk and protective factors of smoking, drinking, and drug use in a sample of Hungarian adolescents. Future, 4(1), 3. https://doi.org/10.3390/future4010003
Princess Mother National Institute on Drug Abuse Treatment. (2022). Statistics on annual treatment services. Ministry of Public Health. Retrieved February 10, 2026, from https://shorturl.asia/67XRd
Rogers, R. W. (1983). Cognitive and Physiological Processes in Fear Appeals and Attitude Change: A Revised Theory of Protection Motivation. In Cacioppo, J. and Petty, R. (Eds.), Social Psychophysiology (pp. 153-177). New York: Guilford Press.
United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC). (2025). World drug report 2025. Vienna, Austria: United Nations Publications.