การประยุกต์ใช้หลักธรรมในพระสุตตันตปิฎกเพื่อพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์

Main Article Content

พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน)
เกษฎา ผาทอง

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาหลักธรรมในพระสุตตันตปิฎกที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ 2) เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้หลักธรรมดังกล่าวในการพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ และ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการใช้หลักธรรมในพระสุตตันตปิฎกเพื่อพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 30 รูป/คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 รูป/คน ด้วยการสนทนากลุ่มเฉพาะ ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยเทคนิคสามเส้า ผลการวิจัยพบว่า หลักธรรมสำคัญในพระสุตตันตปิฎกที่สามารถประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนา การปกครองคณะสงฆ์ ได้แก่ อัคคัญญสูตร พระสูตรที่อธิบายถึงพื้นฐานแห่งความชอบธรรมของอำนาจ จักกวัตติสูตร พระสูตรที่อธิบายถึงภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม และอปริหานิยธรรม หลักธรรมที่เป็นกลไกสำคัญของการมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กร โดยหลักธรรมทั้งสามสามารถบูรณาการเป็นระบบการปกครองเชิงธรรมาภิบาล 3 ระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย ระดับโครงสร้าง และระดับปฏิบัติ องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัย คือ “โมเดลการปกครองคณะสงฆ์เชิงระบบ SIAD (SIAD Sangha Governance Model)” ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการสำหรับการพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ให้มีความชอบธรรม มีภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม และทำให้มีกลไกการมีส่วนร่วม เป็นต้นแบบในการพัฒนาการบริหารองค์กรสงฆ์และองค์กรสาธารณะบนฐานหลักธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมโมเดลดังกล่าวสามารถใช้เป็นกรอบการพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับหลักพระธรรมวินัย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน) พ. ท., & ผาทอง เ. (2026). การประยุกต์ใช้หลักธรรมในพระสุตตันตปิฎกเพื่อพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(9), 1–11. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/302380
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติคุณ ขวาธิจักร และคณะ. (2567). การศึกษาหลักธรรมในพระสุตตันตปิฎกเพื่อพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 1(5), 36-46.

จิรายุทธ เยี่ยมสวน และคณะ. (2568). ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 1(3), 36-46.

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 4. (12 ก.ค. 2558). การปกครองคณะสงฆ์จะเกิดความเข้มแข็ง. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 6. (26 ก.ค. 2557). ผู้นำจะต้องมีเมตตา หรือมีอิทธิบาท 4 หรือมีทศพิธราชธรรม. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 7. (18 ก.ย. 2558). ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นพื้นฐานสำคัญของผู้ปกครองและผู้ถูก. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 9. (28 ก.ย. 2557). การประยุกต์ใช้หลักธรรมจากพระสุตตันตปิฎกในการปกครองคณะสงฆ์. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 22. (13 ก.ย. 2557). จักกวัตติสูตรเป็นแก่นของภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 24. (30 ก.ค. 2557). การใช้อำนาจจะต้องมีความชอบธรรมควบคู่กับคุณธรรม. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ลำดับที่ 25. (25 ส.ค. 2557). การปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างหลักธรรมกับหลักธรรมาภิบาลสมัยใหม่. (พระครูธรรมธร ทวัฒชัย ธมฺมธโช (ถั่วเถื่อน), ผู้สัมภาษณ์)

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). พุทธธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพมหานคร: บริษัทพิมพ์สวย จำกัด.

พระมหาสวัสดิ์ ฐิตวณฺโณ (อินกอง) และพระครูนันทจรณธรรม (ณนณัฏฐ์ จารุธมฺโม). (2568). การบริหารกิจการคณะสงฆ์ตามหลักอธิปไตย 3. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 3(2), 68-76.