แนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e299739คำสำคัญ:
ทักษะการนิเทศ, นิเทศการศึกษา, ส่งเสริมการเรียนรู้บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ 2) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ และ 3) เพื่อประเมินแนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
ระเบียบวิธีการวิจัย: แบ่งการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 196 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ระหว่าง 0.6 – 1.00 สภาพปัจจุบัน มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.83 และสภาพที่พึงประสงค์ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.81 ระยะที่ 2 หาแนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา ใช้แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 5 คน ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา 1 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน และผู้บริหารสถานศึกษา 3 คน ระยะที่ 3 ประเมินแนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา ใช้เครื่องมือเป็นแบบประเมินแนวทางแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ด้านความเหมาะ โดยกลุ่มผู้ใช้แนวทาง จำนวน 6 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าความต้องการจำเป็นจัดเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ (1) ทักษะด้านเทคนิควิธี (2) ทักษะด้านการสอนแนะ (3) ทักษะด้านการประเมินผล (4) ทักษะด้านความเป็นผู้นำ (5) ทักษะด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และ(6) ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ ตามลำดับ 2) แนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิและผ่านการยืนยันผล มีทั้งสิ้น 38 แนวทาง ครอบคลุมทักษะการนิเทศทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ จำนวน 5 แนวทาง ทักษะด้านการประเมินผล จำนวน 7 แนวทาง ทักษะด้านความเป็นผู้นำ จำนวน 7 แนวทาง ทักษะด้านการสอนแนะ จำนวน 8 แนวทาง ทักษะด้านเทคนิควิธี จำนวน 7 แนวทาง และทักษะด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จำนวน 4 แนวทาง โดยผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านยืนยันให้ใช้ได้ทุกแนวทาง 3) ผลการประเมินความเหมาะสมของแนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยกลุ่มผู้ใช้แนวทาง จำนวน 6 คน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปผล: แนวทางการพัฒนาทักษะการนิเทศของผู้บริหารสถานศึกษา มุ่งเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารและกำกับการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมทักษะสำคัญ 6 ด้าน ได้แก่ เทคนิควิธี การสอนแนะ การประเมินผล ความเป็นผู้นำ การสื่อสาร และมนุษยสัมพันธ์เน้นการพัฒนาอย่างเป็นระบบตามความต้องการจำเป็น เพื่อยกระดับคุณภาพการนิเทศในสถานศึกษาส่งผลให้การบริหารจัดการศึกษาเกิดประสิทธิผลสูงสุดและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580). กระทรวงศึกษาธิการ. https://reo1.moe.go.th/wp-content/uploads/2023/06/manual_moe2561-2580.pdf
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566. กระทรวงศึกษาธิการ. https://ops.moe.go.th/wp-content/uploads/2023/04/พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้-พ.ศ.-2566.pdf?utm_source=chatgpt.com
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กระทรวงศึกษาธิการ. https://www.moe.go.th/360policy-and-focus-moe-fiscal-year-2024/
กำชัย ยุกติชาติ. (2564). การดำเนินการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานของโรงเรียนอนุบาลวัดลูกแก ประชาชนูทิศ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2 [การค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ขวัญจิรา เจ็กภูเขียว. (2561). การบริหารจัดการระบบการนิเทศการศึกษาของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ฉวีวรรณ คำสี. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการนิเทศการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษากับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน โรงเรียนมัธยมศึกษาอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 [งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].
โชคระวี เจียมพุก. (2563). กระบวนการนิเทศของผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลนครปฐม [วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
นฤมล อึ้งเจริญ. (2564). ทักษะการนิเทศของผู้บริหารที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสอนของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม].
นิตยาพร แซ่ตั้ง. (2564). ชุดนิเทศฝึกปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของครูปฐมวัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1.
นิภาวรรณ เดชบุญ. (2564). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะการนิเทศของศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). หลักการวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้. (2566). พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566. กระทรวงศึกษาธิการ.
ภรณี ศิริวิศาลสุวรรณ. (2559). ทักษะในการนิเทศการศึกษาที่สำคัญต่อการพัฒนาวิชาชีพ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 14(2), 37–44. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/92245/72307
สมชาย วงษ์วัฒนกุล. (2565). การนิเทศการศึกษาเชิงระบบ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์. (2568). รายงานการนิเทศและการพัฒนาการจัดการศึกษาในสถานศึกษา. สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์.
Alfonso, R. J., Firth, G. R., & Neville, R. F. (1981). Instructional supervision: A behavior system (2nd ed.). Allyn and Bacon.
Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2018). SuperVision and instructional leadership: A developmental approach (10th ed.). Pearson. https://books.google.com/books?id=w3ucDgAAQBAJ
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Pelling, N. (2008). The relationship of supervisory experience, counseling experience, and training in supervision to supervisory identity development. International Journal for the Advancement of Counselling, 30(4), 235–248. https://doi.org/10.1007/s10447-008-9060-2
Sergiovanni, T. J., & Starratt, R. J. (2007). Supervision: A redefinition (8th ed.). McGraw-Hill.
Zepeda, S. J. (2017). Instructional supervision: Applying tools and concepts (4th ed.). Routledge. https://doi.org/10.4324/9781315625874
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






