การพัฒนานโยบายที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีพรสวรรค์ทางการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ในระดับนานาชาติ ตามกรอบ SPLISS Plus 2

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e296497

คำสำคัญ:

พัฒนานโยบาย, ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา, ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: รัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาการกีฬา โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลัก และมีหน่วยงานในสังกัดร่วมประสานกับภาคการศึกษา องค์กรกีฬา และภาคเอกชนอย่างไรก็ตาม ผลการประเมินที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากปัญหาโครงสร้างการบริหารที่ไม่เชื่อมโยงกับการศึกษา การขาดการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา โค้ชผู้เชี่ยวชาญ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นการวิจัยในครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและความต้องการในการดำเนินการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ที่ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โรงเรียนกีฬาในสังกัดมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โรงเรียนกีฬาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) เพื่อสังเคราะห์รูปแบบของนโยบายและแนวทางการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลของประเทศผู้นำด้านกีฬาระดับโลก 3) เพื่อพัฒนานโยบายและแนวทางการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษทางกีฬาสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลตามบริบทของประเทศไทย

ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ความต้องการตามกรอบปัจจัยเชิงนโยบาย SPLISS-Plus จากผู้บริหารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติและโรงเรียนกีฬา (2) การศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์เอกสารปัจจัยเชิงนโยบายความสำเร็จด้านกีฬาของประเทศมหาอำนาจ 10 ประเทศ และ (3) การพัฒนาและประเมินคุณภาพนโยบายและแนวทางพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาสู่ความเป็นเลิศระดับนานาชาติ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบประเมินความต้องการ (IOC = .83, Cronbach’s Alpha = .84) และแบบสังเคราะห์เนื้อหาและประเมินคุณภาพนโยบาย (IOC = .92) กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริหาร 50 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง การดำเนินการแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ การสำรวจความต้องการและมุมมองเชิงนโยบาย และการวิเคราะห์–สังเคราะห์เชิงระบบตามกรอบ SPLISS โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหาอย่างเป็นระบบ

ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานรวม 12 ประเด็นกรอบนโยบาย SPLISS-Plus 2 อยู่ในเกณฑ์สูงมาก (\bar{x} = 4.59, SD=0.50) ประเด็นความต้องการสูงมาก 3 อันดับแรกประกอบด้วย 1) ประสิทธิภาพและคุณภาพของโค้ชและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ (\bar{x} =4.73, SD=0.68) 2) การประยุกต์ใช้ วิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีการกีฬา (\bar{x} =4.70, SD=0.49) 3) การบริหารจัดหารรูปแบบการอภิบาลผ่านความร่วมมือ (\bar{x} =4.68, SD=0.78) 2) ผลการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษทางกีฬาสู่ความเป็นเลิศมีทั้งหมด 9 ประเด็นนโยบาย ได้แก่ 1) นโยบายด้านกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางของประเทศ 2)​ นโยบายด้านการลงทุนและงบประมาณ 3) นโยบายด้านการพัฒนาเยาวชน และระบบฐานรากกีฬา (Grassroots) 4) นโยบายด้านการคัดกรอง (Talent Identification and Development: TID) 5) นโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา 6) นโยบายด้านการจัดการเรียนรู้เฉพาะผู้เรียน Gifted Sport Pedagogy กีฬาเพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา (Sport for Educational Excellence) 7) นโยบายด้านความร่วมมือเชิงอภิบาล (Collaborative Governance) 8) นโยบายด้านระบบการแข่งขันและรางวัล 9) นโยบายด้านผู้ให้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ผลการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่านโยบายและแนวทางที่พัฒนาขึ้น มีความสอดคล้องและเหมาะสมในระดับมาก (\bar{x} = 4.45, SD= 0.71)

สรุปผล ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการและมุมมองของของผู้บริหารสถาบันการศึกษาทางการกีฬาได้สะท้อนความคิดเห็นถึงรูปแบบร่วม (Common Patterns)  และประเด็นเชิงโครงสร้างที่สอดคล้องกันในระดับระบบการศึกษาและการกีฬา การวิเคราะห์และจากการสังเคราะห์เชิงระบบตามกรอบแนวคิดปัจจัยนโยบายที่นำไปสู่ความสำเร็จด้านกีฬาระดับนานาชาติ (SPLISS Plus 2) พบว่าสามารถระบุองค์ประกอบเชิงนโยบายได้ 9 ประเด็นที่มีความสำคัญเชิงกลไกแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยและช่องว่างที่ส่งผลต่อการพัฒนานักเรียนที่มีพรสวรรค์ทางการกีฬาสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลได้อย่างเป็นระบบ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). รายงานผลการดำเนินงานด้านการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติและโรงเรียนกีฬา. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ. (2565). รายงานการประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติและโรงเรียนกีฬา. สำนักงานพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ. บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2565). การศึกษาเพื่อวิเคราะห์งบประมาณการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

Baguero, B. (2014). Dual career of elite athletes: A systematic review of challenges, strategies and educational support system [Unpublished master’s thesis]. University of Porto.

Bowman, R., et al. (2020). Athletic intelligence quotient (AIQ): A cognitive framework for elite sport performance assessment. United States.

De Bosscher, V. (2015). Managing high performance sport. Routledge.

De Bosscher, V., Bingham, J., Shibli, S., Van Bottenburg, M., & De Knop, P. (2017). The global sporting arms race: An international comparative study on sports policy factors leading to international sporting success. Journal of Sport Management, 31(4), 1–17. https://doi.org/10.1123/jsm.2016-0180

De Bosscher, V., De Knop, P., Van Bottenburg, M., & Shibli, S. (2008). The global sporting arms race: An international comparative study on sports policy factors leading to international sporting success. Meyer & Meyer Sport.

De Bosscher, V., Shibli, S., Westerbeek, H., & Van Bottenburg, M. (2015). Successful elite sport policies: An international comparison of the sports policy factors leading to international sporting success (SPLISS 2.0). Meyer & Meyer Sport.

European Commission. (2012). EU guidelines on dual careers of athletes: Recommended policy actions in support of dual careers in high-performance sport. Publications Office of the European Union. https://doi.org/10.2766/52683

Johnsen, S. K., & VanTassel-Baska, J. (2002). Identifying gifted students: A practical guide. Prufrock Press.

Krippendorff, K. (2004). Content analysis: An introduction to its methodology (2nd ed.). Sage Publications.

Krippendorff, K. (2013). Content analysis: An introduction to its methodology (3rd ed.). Sage Publications.

Maker, C. J. (2005). The DISCOVER curriculum model: Research and development. In F. A. Dixon & S. M. Moon (Eds.), The handbook of secondary gifted education (pp. 160–179). Prufrock Press.

Memmert, D., & Roca, A. (2017). Creativity in sport. Routledge.

Sak, U., & Ayas, M. B. (2020). Education programs for talented students: The EPTS model. Journal of Advanced Academics, 31(2), 137–164. https://doi.org/10.1177/1932202X20903582

VanTassel-Baska, J. (2018). Curriculum planning and instruction for gifted learners (2nd ed.). Prufrock Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-17

รูปแบบการอ้างอิง

หงษ์แสนยาธรรม ป., ทองยอดดี ว., & กันนุฬา ช. (2026). การพัฒนานโยบายที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีพรสวรรค์ทางการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ในระดับนานาชาติ ตามกรอบ SPLISS Plus 2 . Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(5), e296497. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e296497

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ