การพัฒนารายการสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีในสื่อสังคมออนไลน์

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295831

คำสำคัญ:

การพัฒนารายการสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, สื่อสังคมออนไลน์

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคดิจิทัล วิทยุชุมชนกำลังปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น การเข้าถึง และการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ Bangkok Thonburi University Radio จึงมุ่งพัฒนาโปรแกรมบนสื่อสังคมออนไลน์ให้ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟัง และสนับสนุนการพัฒนาชุมชน  การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย : (1) เพื่อศึกษาการพัฒนารายการสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีบนสื่อสังคมออนไลน์ให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของผู้ฟัง รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบรายการวิทยุชุมชนที่เหมาะสมกับการนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีและสื่อใหม่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  

ระเบียบวิธีการวิจัย: การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) แบบวัดผลครั้งเดียว (One-Shot Case Study) โดยใช้การศึกษาเชิงสำรวจ (Survey Research Method) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้เปิดรับฟังรายการวิทยุออนไลน์ของสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จำนวน 400 คน แบบสอบถามประกอบด้วยคำถามปลายปิดและปลายเปิด รวมทั้งหมด 28 ข้อ หลังจากเก็บข้อมูลแล้ว ผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ

ผลการวิจัย: ผู้ฟังส่วนใหญ่มีอายุ 18–34 ปี มีการศึกษาสูง รายได้ปานกลางถึงสูง ใช้สมาร์ทโฟนและเข้าถึงสื่อออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม เช่น Facebook Live, YouTube และ Podcasts ผู้ฟังชอบเนื้อหาสั้น ทันสมัย และมีโอกาสโต้ตอบ ความต้องการและความคาดหวังต่อรายการอยู่ในระดับสูง โดยเน้นคุณภาพเสียง–ภาพ ความเชี่ยวชาญของพิธีกร เนื้อหาชุมชน และการเผยแพร่หลายแพลตฟอร์ม การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสถิติพบว่าการพัฒนาโปรแกรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับสูงกับความต้องการ (r = 0.68) และความคาดหวัง (r = 0.72) ของผู้ฟัง ทั้งนี้การพัฒนาโปรแกรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับสูงกับความต้องการและความคาดหวัง อยู่ในประเด็นการประเมินเดียวกันคือ มีคุณภาพเสียง–ภาพคมชัด

สรุปผล: ผู้ฟังส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นถึงผู้ใหญ่ตอนต้น ชอบเนื้อหาชุมชนที่สั้น กระชับ มีคุณภาพสูง และเข้าถึงได้หลายแพลตฟอร์ม การพัฒนาโปรแกรมวิทยุอย่างมีคุณภาพช่วยตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้ฟังได้อย่างชัดเจน

เอกสารอ้างอิง

AGB Nielsen. (2024). รายงานสถิติพฤติกรรมผู้ชมสื่อออนไลน์ในประเทศไทย. บริษัท เอจีบี นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด.

Crisell, A. (1994). Understanding radio (2nd ed.). Routledge.

Howley, K. (2010). Understanding community media. SAGE Publications.

Jenkins, H. (2006). Convergence culture: Where old and new media collide. New York University Press.

Kaplan, A. M., & Haenlein, M. (2010). Users of the world, unite! The challenges and opportunities of social media. Business Horizons, 53(1), 59–68. https://doi.org/10.1016/j.bushor.2009.09.003

Katz, E., Blumler, J. G., & Gurevitch, M. (1974). Uses and gratifications research. Public Opinion Quarterly, 37(4), 509–523. https://doi.org/10.1086/268109

Kotler, P., & Keller, K. L. (2016). Marketing management (15th ed.). Pearson Education.

McLeish, R. (2005). Radio production (5th ed.). Focal Press.

McQuail, D. (2010). McQuail’s mass communication theory (6th ed.). SAGE Publications.

Plummer, J. T. (1974). The concept and application of lifestyle segmentation. Journal of Marketing, 38(1), 33–37. https://doi.org/10.2307/1250164

Prensky, M. (2001). Digital natives, digital immigrants. On the Horizon, 9(5), 1–6. https://doi.org/10.1108/10748120110424816

Schultz, D. E., Tannenbaum, S. I., & Lauterborn, R. F. (1993). Integrated marketing communications. NTC Business Books.

Westerman, D., Spence, P. R., & Van Der Heide, B. (2014). Social media as information source: Recency of updates and credibility of information. Journal of Computer-Mediated Communication, 19(2), 171–183. https://doi.org/10.1111/jcc4.12041

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-16

รูปแบบการอ้างอิง

เพ็งหนู ช., & วรรณศิริ พ. (2026). การพัฒนารายการสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีในสื่อสังคมออนไลน์. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(5), e295831. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295831

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ