การบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295682คำสำคัญ:
การบริหารจัดการขยะ, ปัจจัยที่ส่งผล, องค์การบริหารส่วนตำบลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จังหวัดพระนครศรีอยุธยานับเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นจังหวัดศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมาก ภาคการเกษตรที่ยังคงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของชุมชนชนบท ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ความหลากหลายของกิจกรรมเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างและปริมาณของขยะมูลฝอยในพื้นที่ การจัดการขยะในอยุธยาจำเป็นต้องอาศัย "การวางแผนเชิงระบบ" ที่เชื่อมโยงปัจจัยด้านงบประมาณ บุคลากร กฎหมาย และการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อลดปริมาณขยะตกค้างและยกระดับคุณภาพชีวิต รักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ สร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชนจากการแปรรูปขยะและคัดแยกอย่างถูกวิธี ความยากไม่ได้อยู่ที่ปริมาณขยะเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ความหลากหลายของประเภทขยะ" และ "ความไม่พร้อมของเครื่องมือบริหารจัดการ" ในระดับท้องถิ่น "อบต. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการขยะตามหลัก 3Rs แต่ยังไม่สำเร็จเพราะติดขัดด้านงบประมาณ เทคโนโลยี และการขาดการคัดแยกขยะจากภาคประชาชน" ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ศึกษา และ (3) ศึกษาการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์ (Interview) จากองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย ผู้กำหนดนโยบาย กลุ่มผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ และกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 15 คน การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) ผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มตัวอย่างใช้แบบโค้วต้า (Quota Sampling) ซึ่งใช้วิธีการกำหนดขอบเขตของพื้นที่ (Purposive) เลือกตัวอย่างโดยการเปิดตาราง Taro Yamane ความคาดเคลื่อน 5% มีจำนวนกลุ่มตัวอย่างเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะ และภาคเอกชนทั้งผู้ประกอบการธุรกิจ ค้าขาย และประชาชนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งสิ้น 400 คน
ผลการวิจัย: 1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปกลุ่มตัวอย่างการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่กลุ่มตัวอย่างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 26 มากที่สุด และเจ้าหน้าที่พนักงานสาธารณสุข คิดเป็นร้อยละ 6.5 น้อยที่สุด 2) ผลการวิเคราะห์สภาพการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2.1) ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นต่อหลักการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในระดับมากที่สุด 2.2) ผลการวิเคราะห์ระดับสภาพการดำเนินการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในระดับมากที่สุด 3) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในระดับมากที่สุด 4) ผลการวิเคราะห์การบริหารจัดการขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในระดับมาก
สรุปผล: การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน โดยเน้นบทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน จะสามารถสร้าง ความยั่งยืนในด้านการจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าองค์กรที่ดำเนินการโดยลำพัง การมีส่วนร่วม ของประชาชนตั้งแต่กระบวนการคัดแยก การลดปริมาณขยะไปจนถึงการสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกันในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย พ.ศ. 2565. เอ พี คอนเน็กซ์.
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2556). หลักในการจัดการขยะมูลฝอยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการทิ้ง การเก็บชั่วคราว การรวบรวม การขนส่ง การจัดการขยะมูลฝอย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดในทางสุขภาพอนามัยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม. ทีพีเอ็น เพรส.
ดวงสมร ฟักสังข์. (2555). การกำจัดขยะมูลฝอยตามแผนหรือแนวคิด 5R และการนำกลับมาใช้ใหม่. ทีพีเอ็น เพรส.
สุภาภรณ์ รัตนพงศ์. (2563). การบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนตำบลในประเทศไทย. วารสารการปกครองท้องถิ่น, 16(2), 45–67.
Pollution Control Department. (2022). Thailand's state of pollution report 2021. Ministry of Natural Resources and Environment. https://www.pcd.go.th/publication/
Van Meter, D. S., & Van Horn, C. E. (1976). The implementation of intergovernmental policy. Public Administration Review, 35(6), 447–462.
World Bank. (2018). What a waste 2.0: A global snapshot of solid waste management to 2050. World Bank. https://doi.org/10.1596/978-1-4648-1329-0
World Bank. (2019). What a waste 2.0: A global snapshot of solid waste management to 2050. World Bank.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






