การศึกษาเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • กิตติธัช สุจริตจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี https://orcid.org/0009-0001-1924-6516
  • กัมลาศ เยาวะนิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี https://orcid.org/0009-0000-1118-4763
  • ไททัศน์ มาลา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี https://orcid.org/0009-0005-0086-1681

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295504

คำสำคัญ:

ภาวะหนี้สิน, บุคลากรภาครัฐ, พฤติกรรมทางการเงิน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญหาหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร แม้บุคลากรของภาครัฐจะมีรายได้ประจำและสวัสดิการที่มั่นคง แต่ภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรายได้ที่ได้รับ รวมถึงพฤติกรรมการบริโภค และการขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการทางการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหนี้สินของบุคลากร โดยการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อประเมินระดับภาวะหนี้สินและองค์ประกอบหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ (2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากร โดยจำแนกตามปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล และ (3) เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ในสังกัดของ เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้วิธีการหาประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 84 คน ด้วยวิธีการคำนวณของ Krejcie & Morgan Formula เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (\bar{x}) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ทดสอบเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปรอิสระที่มี 3 กลุ่มขึ้นไป ได้แก่ สถิติ One-way ANOVA โดยในการเก็บข้อมูลผู้วิจัยจะต้องขออนุญาตและได้รับความยินยอมจากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลก่อนทุกครั้งโดยข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการวิจัยเท่านั้น รวมถึงการรายงานผลการวิจัยอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่บิดเบือนข้อมูล

ผลการวิจัย: บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 21–30 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001–20,000 บาท ภาวะหนี้สินโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง หนี้สินด้านความจำเป็นสูงที่สุด รองลงมาคือหนี้สินด้านการลงทุน และหนี้สินจากการบริโภคเกินความจำเป็น พบว่าปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ด้านอายุ รายได้ และอายุงานส่งผลต่อภาวะหนี้สินแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปผล: ภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีหนี้สินด้านความจำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายประจำ การอุปโภคบริโภค และค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษา เป็นประเภทหนี้ที่พบมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่ารายได้ของบุคลากรยังไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาหนี้สินของบุคลากรภาครัฐเกิดจากการผสมผสานของปัจจัยเศรษฐกิจส่วนบุคคลและพฤติกรรมการเงินของแต่ละบุคคล การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการบริหารการเงินส่วนบุคคลจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันและลดภาวะหนี้สิน โดยเฉพาะการส่งเสริมวินัยทางการเงิน การออม และการลงทุนอย่างเหมาะสมตามรายได้และความสามารถทางการเงินของแต่ละคน

เอกสารอ้างอิง

เทศบาลตำบลพระอินทราชา. (2567). ข้อมูลเกี่ยวกับเทศบาลตำบลพระอินทราชา. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2567, จาก https://www.phraintharacha.go.th

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). รายงานภาวะหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ปี 2565. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2567, จาก https://www.bot.or.th

นิกร ยาอินตา. (2559). การบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อนำไปสู่องค์การสุขภาวะ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 8(1), 120–135.

ปรีชา วิยาภรณ์. (2559). กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

มรกต วงศ์อรินทร์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทางการเงินกับภาวะหนี้สินของบุคลากรในองค์การของรัฐ. วารสารการบริหารรัฐกิจ, 15(1), 45–60.

วนัชพร จามิต, & บุฏกา ปัณฑุรอัมพร. (2563). ความต้องการของมนุษย์และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน. วารสารการบริหารและจัดการ, 12(3), 45–56.

สุรัญชนา สินสมุทร. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานรัฐ. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 20(4), 18–32.

Baumeister, R. F., Heatherton, T. F., & Tice, D. M. (1994). Losing control: How and why people fail at self-regulation. Academic Press.

Best, J. W. (1981). Education research (4th ed.). Prentice Hall.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (2010). Consumer behavior (10th ed.). Prentice Hall.

Solomon, M. R. (2019). Consumer behavior: Buying, having, and being (13th ed.). Pearson.

Thavornwattanayong, W., & Srichan, N. (2021). Nudge theory and the concepts of choice architecture designs for behavioral change and the promotion of medication adherence. Journal of Medical and Health Sciences, 28(3), 147–159.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-07

รูปแบบการอ้างอิง

สุจริตจันทร์ ก., เยาวะนิจ ก., & มาลา ไ. (2026). การศึกษาเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(5), e295504. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295504

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ