การศึกษาเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295504คำสำคัญ:
ภาวะหนี้สิน, บุคลากรภาครัฐ, พฤติกรรมทางการเงินบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญหาหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร แม้บุคลากรของภาครัฐจะมีรายได้ประจำและสวัสดิการที่มั่นคง แต่ภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรายได้ที่ได้รับ รวมถึงพฤติกรรมการบริโภค และการขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการทางการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหนี้สินของบุคลากร โดยการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อประเมินระดับภาวะหนี้สินและองค์ประกอบหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ (2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากร โดยจำแนกตามปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล และ (3) เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเปรียบเทียบภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ กรณีศึกษา เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ในสังกัดของ เทศบาลตำบลพระอินทราชา อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้วิธีการหาประชากรและกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 84 คน ด้วยวิธีการคำนวณของ Krejcie & Morgan Formula เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (\bar{x}) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ทดสอบเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปรอิสระที่มี 3 กลุ่มขึ้นไป ได้แก่ สถิติ One-way ANOVA โดยในการเก็บข้อมูลผู้วิจัยจะต้องขออนุญาตและได้รับความยินยอมจากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลก่อนทุกครั้งโดยข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการวิจัยเท่านั้น รวมถึงการรายงานผลการวิจัยอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่บิดเบือนข้อมูล
ผลการวิจัย: บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 21–30 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001–20,000 บาท ภาวะหนี้สินโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง หนี้สินด้านความจำเป็นสูงที่สุด รองลงมาคือหนี้สินด้านการลงทุน และหนี้สินจากการบริโภคเกินความจำเป็น พบว่าปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ด้านอายุ รายได้ และอายุงานส่งผลต่อภาวะหนี้สินแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปผล: ภาวะหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานของภาครัฐ อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีหนี้สินด้านความจำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายประจำ การอุปโภคบริโภค และค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษา เป็นประเภทหนี้ที่พบมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่ารายได้ของบุคลากรยังไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาหนี้สินของบุคลากรภาครัฐเกิดจากการผสมผสานของปัจจัยเศรษฐกิจส่วนบุคคลและพฤติกรรมการเงินของแต่ละบุคคล การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการบริหารการเงินส่วนบุคคลจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันและลดภาวะหนี้สิน โดยเฉพาะการส่งเสริมวินัยทางการเงิน การออม และการลงทุนอย่างเหมาะสมตามรายได้และความสามารถทางการเงินของแต่ละคน
เอกสารอ้างอิง
เทศบาลตำบลพระอินทราชา. (2567). ข้อมูลเกี่ยวกับเทศบาลตำบลพระอินทราชา. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2567, จาก https://www.phraintharacha.go.th
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). รายงานภาวะหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ปี 2565. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2567, จาก https://www.bot.or.th
นิกร ยาอินตา. (2559). การบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อนำไปสู่องค์การสุขภาวะ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 8(1), 120–135.
ปรีชา วิยาภรณ์. (2559). กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มรกต วงศ์อรินทร์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทางการเงินกับภาวะหนี้สินของบุคลากรในองค์การของรัฐ. วารสารการบริหารรัฐกิจ, 15(1), 45–60.
วนัชพร จามิต, & บุฏกา ปัณฑุรอัมพร. (2563). ความต้องการของมนุษย์และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน. วารสารการบริหารและจัดการ, 12(3), 45–56.
สุรัญชนา สินสมุทร. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดหนี้สินของบุคลากรในหน่วยงานรัฐ. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 20(4), 18–32.
Baumeister, R. F., Heatherton, T. F., & Tice, D. M. (1994). Losing control: How and why people fail at self-regulation. Academic Press.
Best, J. W. (1981). Education research (4th ed.). Prentice Hall.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (2010). Consumer behavior (10th ed.). Prentice Hall.
Solomon, M. R. (2019). Consumer behavior: Buying, having, and being (13th ed.). Pearson.
Thavornwattanayong, W., & Srichan, N. (2021). Nudge theory and the concepts of choice architecture designs for behavioral change and the promotion of medication adherence. Journal of Medical and Health Sciences, 28(3), 147–159.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






