การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295465คำสำคัญ:
การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล, ประสิทธิผลของการบริหารการศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารสถานศึกษา โดยปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา จะทำให้การบริหารงานเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล 2) ศึกษาประสิทธิผลการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา 4) ศึกษาการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูผู้สอนในสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 จำนวน 222 คน ได้มาโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน และใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า ที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.973 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย: พบว่า 1) การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ประสิทธิผลการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผล การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับสูงเท่ากับ 0.78 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู ได้แก่ หลักคุณธรรม หลักประสิทธิผล หลักความคุ้มค่า และ หลักนิติธรรม โดยตัวแปรทั้งหมดร่วมกันพยากรณ์แปรปรวนของประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาได้ร้อยละ 66.30 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
สรุป: การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กตามการรับรู้ของครู ได้แก่ หลักคุณธรรม หลักประสิทธิผล หลักความคุ้มค่า และ หลักนิติธรรม มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับสูงเท่ากับ 0.78 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
ขจรศักดิ์ ว่องไว. (2562). การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
ขวัญพิชชา มีแก้ว. (2562). การบริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี].
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2563). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS (พิมพ์ครั้งที่ 18). ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ปนัดดา สาริคา. (2565). สมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
พงษ์พิพัฒน์ นารินรักษ์. (2563). ปัจจัยการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
พงษ์ศิริ พวงศรีเคน, & ธัชชัย จิตรนันท์. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยยึดหลักธรรมาภิบาลสำหรับโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(7), 246–258.
วิชุดา ดวงจุ้ย, & ในตะวัน กำหอม. (2564). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลเทศบาลอ้อมน้อย 2 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี].
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3.
สุภูมิชัย วงค์เจริญ. (2563). การบริหารสถานศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยพะเยา].
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






