การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วยกระบวนการโค้ชชิ่งและเมนเทอริ่ง สำหรับครูภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e294060คำสำคัญ:
หลักสูตรฝึกอบรม, สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, โค้ชชิ่งและเมนเทอริ่งบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วยกระบวนการโค้ชชิ่งและเมนเทอริ่ง (C&M) สำหรับครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2) พัฒนาหลักสูตร C&M ดังกล่าว 3) นำหลักสูตรไปใช้ และ 4) ประเมินผลหลักสูตร
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 4 กลุ่ม คือ 1) ผู้เชี่ยวชาญ 7 คน 2) ครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 9 คน (สำหรับการสัมภาษณ์เชิงลึก) 3) ครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับเดียวกัน 30 คน (สำหรับการทดลองใช้หลักสูตร) และ 4) ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ 30 คน (สำหรับการประเมินผลหลักสูตร) เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบทดสอบ และแบบประเมินต่าง ๆ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที (t-test)
ผลการวิจัย: 1) สมรรถนะจำเป็นสำหรับครู ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ การวิเคราะห์ความสามารถผู้เรียน การออกแบบแผนการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี การจัดการชั้นเรียน และการวัดประเมินผล 2) หลักสูตร C&M ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหา กิจกรรม สื่อ/แหล่งเรียนรู้ และการวัดประเมินผล 3) ผลการนำหลักสูตรไปใช้ พบว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีพัฒนาการด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะด้านความมั่นใจในการสอนและการใช้เทคโนโลยี ผลการประเมินสมรรถนะหลังฝึกอบรมอยู่ในระดับสูง 4) ผลการประเมินหลักสูตรพบว่า มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้พัฒนาครูได้จริง
สรุปและข้อเสนอแนะ: หลักสูตร C&M ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพและเป็นที่พึงพอใจ ส่งผลเชิงบวกต่อการพัฒนาสมรรถนะครู ข้อจำกัดของการวิจัย ได้แก่ ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่จำกัดเฉพาะเขตพื้นที่หนึ่ง และระยะเวลาติดตามผลที่สั้น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ ควรขยายผลหลักสูตรนี้โดยผนวกเข้ากับระบบการพัฒนาครูประจำการของสถานศึกษา และศึกษาผลกระทบระยะยาวต่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในขั้นตอนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). คู่มือแนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสู่ระดับสากล. Retrieved from www.englishinstitute.obec.go.th
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.
ชยาพล ชมชัยยา, ศิริพร พิพัฒน์ศรีสวัสดิ์, และ ณัฐวุฒิ โอวาทนุพัฒน์. (2565). การพัฒนาการสื่อสารภาษาอังกฤษโดยใช้การเรียนรู้ด้วยตนเอง. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 14(1), 347–361.
นลินี ธนสันติ (2554).รูปแบบการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารด้านการ สอนงานและมอบหมายงานของผู้บริหารสายสนับสนุนสู่องค์กรแห่ง การเรียนรู้ สานักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 14(2), 158–188.
แม็คมานัส (2552). เทคนิคการสอนงาน (จิตรลดา คำสิงห์, ผู้แปล). กรุงเทพฯ: เอ็กสเปอร์เน็ท.
วัชรา เล่าเรียนดี. (2544). เทคนิคและทักษะการนิเทศการสอน: โครงการส่งเสริมการผลิต. เอกสารประกอบการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิจารณ์ พานิช. (2555). การเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสยามกัมมาจล.
วิชัย วงษ์ใหญ่, & มารุต พัฒผล. (2558). การโค้ชเพื่อการรู้คิด (พิมพ์ครั้งที่ 4). รัลสนิท วงการพิมพ์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานการศึกษา สมรรถนะหลักของคนไทยในศตวรรษที่ 21. กระทรวงศึกษาธิการ.
Baker, W. (2015). English as a lingua franca and intercultural communication. Englishes in Practice, 2(1), 1–17.
Bland, C., Taylor, A., & Shollen, S. (2009). Faculty success through mentoring: A guide for mentors, mentees, and leaders. Rowman & Littlefield.
Bloom, B. S. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals (Handbook I: Cognitive domain). Longmans, Green.
De Janasz, S. C., & Sullivan, S. E. (2004). Multiple mentoring in academe: Developing the professorial network. Journal of Vocational Behavior, 64(2), 263–283.
Eby, L. T. (1997). Alternative forms of mentoring in changing organizational environments: A conceptual extension of the mentoring literature. Journal of Vocational Behavior, 51, 124–144.
Eby, L. T., Rhodes, J. E., & Allen, T. D. (2007). Definition and evolution of mentoring. In T. D. Allen & L. T. Eby (Eds.), The Blackwell handbook of mentoring: A multiple perspectives approach (pp. 1–20). Blackwell.
Fullan, M. (2001). The new meaning of educational change (3rd ed.). Teachers College Press.
Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Southwest Educational Development Laboratory; U.S. Department of Education, Office of Educational Research and Improvement.
Hymes, D. (1972). On communicative competence. In J. B. Pride & J. Holmes (Eds.), Sociolinguistics (pp. 269–293). Penguin Books.
Keefe, J. W., & Jenkins, J. M. (2002). A special section on personalized instruction. Phi Delta Kappan, 83(6), 440–448.
Kirkpatrick, J. D., & Kirkpatrick, W. K. (2016). Kirkpatrick’s four levels of training evaluation. ATD Press.
Kise, J. A. G. (2006). Differentiated coaching: A framework for helping teachers change. Corwin Press.
Knight, J. (2006). Instructional coaching. School Administrator, 63, 36–40.
Rattanaphumma, R. (2011). English as a lingua franca: Implications for English language teaching. The IELE Journal, 2(2), 73–84.
Richards, J. C. (2017). Curriculum development in language teaching. Cambridge University Press.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. Doubleday.
Showers, B., & Joyce, B. (1996). The evolution of peer coaching. Educational Leadership, 53(6), 12–16.
Stufflebeam, D. L. (1971). The CIPP model for evaluation. In R. E. Stake (Ed.), Evaluating the evaluators. Jossey-Bass.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






