การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292668คำสำคัญ:
สมรรถนะการจัดการเรียนรู้, โปรแกรมการเสริมสร้าง, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูเป็นกระบวนการ วิธีการการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาคนให้เรียนรู้เต็มตามความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียน โดยการวิจัยครั้งนี้มีจุดหมายเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ระเบียบวิธีการวิจัย: วิธีวิจัยแบบผสานวิธี แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 265 คน จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 10 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามสภาพปัจจุบัน และแบบสอบถามสภาพที่พึงประสงค์ เท่ากับ 0.956 และ 0.953 ตามลำดับ และ ระยะที่ 2 การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ โดยวิธีการสัมภาษณ์ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู ที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี จำนวน 5 คน และโปรแกรมฯมีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด โดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: (1) สภาพปัจจุบันสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ 1) ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านการพัฒนาหลักสูตร สภาพที่พึ่งประสงค์สมรรถนะสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ 1) ด้านการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ด้านการพัฒนาหลักสูตร และความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯค่าเฉลี่ยความต้องการโดยรวมเท่ากับ 0.40 (PNImodified = 0.40) (2) โปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาประกอบด้วย 5 โมดูล 4) วิธีพัฒนาและกิจกรรม และ 5) การวัด และประเมินผล โดยใช้เทคนิคการพัฒนาแบบ 70 : 20 : 10 คือประสบการณ์การทำงาน 70 การเรียนรู้จากผู้อื่น 20 และการเรียนรู้จากการอบรม 10 มาใช้ในการพัฒนา และได้สังเคราะห์วิธีพัฒนาครู ประกอบด้วย 3 วิธี คือ 1) การเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงาน 2) การเรียนรู้จากผู้อื่น และ 3) การอบรม เวลาในการดำเนินงานโปรแกรมทั้งสิ้น 178 ชั่วโมง
สรุปผล: (1) สถานศึกษามีสภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ เท่ากับ 0.40 (2) โปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ ประกอบด้วย 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา ประกอบด้วย 5 โมดูล ได้แก่ คือ โมดูลที่ 1 การพัฒนาหลักสูตร โมดูลที่ 2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ โมดูลที่ 3 การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โมดูลที่ 4 การใช้สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี และ โมดูลที่ 5 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้และพัฒนา Model 70 : 20 : 10 และ ผลการประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน พบว่าโปรแกรมมีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (น. 5). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. https://www.moe.go.th/wp-content/uploads/2023/01/นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ-63.pdf
ฉัตรชัย ดวงแก้ว. (2560). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะครูด้วยการพัฒนาตนเองของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. ไม่ได้ตีพิมพ์.
ซัมซูดิน มานะ มัฮดี แวดราแม และจิระวัฒน์ ตันสกุล (2566). การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูของนักศึกษาวิชาชีพครู [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์].
ธนิตา สิงห์บุญมี. (2561). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการทำงานเป็นทีมของบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
ธิดารัตน์ ถาบุตร. (2567). การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา. วารสารมหาจุฬาคชสาร, 15(1), 11-22.
น้ำฝน ชื่นชม. (2560). การพัฒนาแนวทางเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. ไม่ได้ตีพิมพ์.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). (2565, 1 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา, 139(ตอนพิเศษ 258 ง), 1–148.
พิไลวรรณ มาตเลิง, & ธัชชัย จิตรนันท์. (2565). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดมหาสารคาม. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 16(3), 48–63.
เพชรจันทร์ ภูทะวัง. (2565). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. ไม่ได้ตีพิมพ์.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2545). หลักการสอนแบบเน้นการวิจัย (Research-Based Teaching). ใน ไพฑูรย์ สินลารัตน์, การเรียนการสอนที่มีการวิจัยเป็นฐาน. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ราชกิจจานุเบกษา. (2565, 1 พฤศจิกายน). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570. ราชกิจจานุเบกษา, 139(ตอนพิเศษ 258 ง), 121–122. https://www.ratchakitcha.soc.go.th/
วิทยา จันทร์ศิริ. (2551). เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศิริประภา หลงพิมาย. (2560). การพัฒนาแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอในจังหวัดมหาสารคาม [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2568). คู่มือการปฏิบัติงานของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุวิทย์ ยอดสละ. (2557). การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
สุวิมล ว่องวาณิช. (2544). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2559). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager. John Wiley & Sons.
Boyle, P. G. (1981). Planning better programs. McGraw-Hill.
Fullan, M., & Hargreaves, A. (1992). The new meaning of educational change (2nd ed.). Cassell.
Hough, J. B., & Duncan, K. (1970). Teaching description and analysis. Addison-Westlu.
Kanaya, S. G., & McMillan, K. B. (2005). Creative approaches to problem solving: A framework for innovation and changes. Sage.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






