การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน ในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น ของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292637คำสำคัญ:
รูปแบบการบริหารสถานศึกษา, สมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน, หลักสูตรท้องถิ่นบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษามุ่งเน้นการส่งเสริมสมรรถนะครูและผู้เรียนอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ โดยใช้แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมและเน้นการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาที่ส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน 2) สร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษา 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา และ 4) ประเมินผลรูปแบบการบริหารสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน ในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น ของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยและพัฒนาการดำเนินการวิจัย 4 ระยะ คือการวิจัยระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา การวิจัยระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา การวิจัยระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริการสถานศึกษา การวิจัยระยะที่ 4 ประเมินการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน ในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น ของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 1 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ หัวหน้างานนิเทศภายในสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 15 คน ให้ข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) 2) ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูผู้สอน จำนวน 30 คน ให้ข้อมูลโดยการทำแบบสอบถามความคิดเห็น กลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 2 คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน และกลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 3 คือ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูผู้สอน และนักเรียน จำนวน 38 คน กลุ่มเป้าหมายในระยะที่ 4 คือ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครู ผู้ปกครอง และชุมชนของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินการปฏิบัติงาน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที
ผลการวิจัย: ผลการวิจัย พบว่า 1. การศึกษาสภาพการบริหารสถานศึกษาสำหรับพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา ที่ส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน ในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น ของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและความต้องการในการใช้หลักสูตรท้องถิ่นของครูและนักเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (\bar{X} = 4.73) 2. ผลการร่างต้นแบบรูปแบบการบริหารสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน ในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น ของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ มีองค์ประกอบ 7 องค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 หลักการของรูปแบบ องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์ของรูปแบบ องค์ประกอบที่ 3 การใช้หลักสูตรท้องถิ่น องค์ประกอบที่ 4 การจัดการทรัพยากร องค์ประกอบที่ 5 การส่งเสริมสมรรถนะครู องค์ประกอบที่ 6 การส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียน องค์ประกอบที่ 7 การวัดและประเมินผล 3. ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการบริหารสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูง ทั้งด้านสมรรถนะครู (\bar{X} = 4.63) และสมรรถนะผู้เรียน (\bar{X} = 4.79) อยู่ในระดับความคิดเห็น "มากที่สุด" นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารดังกล่าวในระดับ "มาก" (เฉลี่ย 4.65–4.70) 4. ครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและสมรรถนะของผู้เรียน ในการใช้หลักสูตรท้องถิ่น ของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยภาพรวมมีความคิดเห็นในระดับมากที่สุด (\bar{X} = 4.60)
สรุปผล: สภาพการบริหารและความต้องการใช้หลักสูตรท้องถิ่นของครูและนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษามีองค์ประกอบ 7 ด้านที่ครอบคลุมทั้งหลักการ วัตถุประสงค์ การใช้หลักสูตร การจัดการทรัพยากร และการส่งเสริมสมรรถนะครูและผู้เรียน ผลการประเมินชี้ว่ารูปแบบดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงทั้งด้านสมรรถนะครูและสมรรถนะผู้เรียน โดยนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนมีความพึงพอใจในระดับมาก ขณะที่ครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการบริหารดังกล่าวในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ทรงพร พนมวัน ณ อยุธยา. (2562). การประเมินตามสภาพที่แท้จริง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ธีรกุล พงษ์จงมิตร, & กาญจน์ เรืองมนตรี. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(6), 229–243.
นพรัตน์ วงศ์หวน. (2563). รูปแบบภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 15(1), 45–60.
บังอร เสรีรัตน์. (2560). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมชุดความคิดเกี่ยวกับการสอนของครูประถมศึกษา. วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 17(1), 115–122.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2561). รวมบทความเกี่ยวกับปรัชญา หลักการ วิธีสอน และการวัด เพื่อประเมินผลทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศรราม รูปสะอาด, & ศิริพงษ์ เศาภายน. (2564). ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(2), 58–71.
ศักดิ์สิทธิ์ สีหลวงเพชร, พิศมัย ศรีอำไพ, & นิภาพร ชุติมันต์. (2559). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดขั้นสูงสำหรับครูวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 10(4), 177–191.
สมชาย ศรีทอง. (2563). การบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่. สำนักพิมพ์วิชาการไทย.
สมชาย สุขสมบูรณ์. (2563). แนวคิดและทฤษฎีการจัดการสมัยใหม่. สำนักพิมพ์การศึกษาไทย.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการศึกษา. (2559). รายงานผลการประเมินโครงการพัฒนาครู. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Anderson, A., & Johnson, B. (2020). Modern organizational management. Academic Press.
Bardo, J. W., & Hartman, J. J. (1982). Urban society: A systematic introduction. New York: [Publisher not specified].
Bernie, T., & Fade, C. (2009). 21st century skills (21st ed.). Jossey-Bass.
Creswell, J. W. (2012). Educational research: Planning, conducting, and evaluating quantitative and qualitative research (4th ed.). Boston, MA: Pearson.
Marzano, R. J. (2007). The art and science of teaching: A comprehensive framework for effective instruction. ASCD.
Mescon, M. H., & Khedouri, F. (1985). Management: Individual and organizational effectiveness (2nd ed.). Harper & Row.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






