ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292258คำสำคัญ:
ปัจจัยที่ส่งผล, ความสำเร็จ, การดำเนินงาน, หอการค้าบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: หอการค้าในแต่ละภูมิภาคมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศผ่านการส่งเสริมและพัฒนาภาคธุรกิจ การเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐและเอกชน ตลอดจน การให้ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาระดับความสำเร็จในการดำเนินงานของหอการค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงาน ของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 และ (3) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาความสำเร็จ ในการดำเนินงานของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้การวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ สมาชิกหอการค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 จำนวน 400 คน กลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ คือ คณะกรรมการ หอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอย เชิงเส้นพหุคูณ และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: (1) ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของหอการค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ ด้านการสร้างภาพลักษณ์ และชื่อเสียง ด้านการสร้างเครือข่าย สามารถอธิบายความสำเร็จในการดำเนินงานของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (Y) ได้ร้อยละ 71.70 และสร้างสมการถดถอยในรูปคะแนนดิบ คือ Y = 2.571 + 0.137 (Y1) + 0.115 (Y3) + 0.115 (Y7) และสมการถดถอยในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Z = 0.330 (Z1) + 0.239 (Z3) + 0.231 (Z7) (3) แนวทางการพัฒนาความสำเร็จของหอการค้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 การส่งเสริมความสำเร็จของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ (3.1) การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ ผ่านบทบาทในการวางแผน ตัดสินใจ และปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นเจ้าขององค์กร (3.2) การจัดการทรัพยากรโดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยืดหยุ่น พร้อมการพัฒนาและประเมินศักยภาพบุคลากร อย่างต่อเนื่อง (3.3) การสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียง ผ่านกิจกรรมประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม กับชุมชนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจ (3.4) ภาวะผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทางสื่อสารวิสัยทัศน์ และบริหารจัดการทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ (3.5) การสนับสนุนจากภาครัฐในด้านงบประมาณ นโยบาย และการเสริมสร้างศักยภาพของสมาชิก (3.6) นโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ท้องถิ่นและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และ (3.7) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กร ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรและขยายโอกาส ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
สรุปผล: ระดับความสำเร็จในการดำเนินงานของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 โดยรวม อยู่ในระดับมาก โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ การสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียง และการสร้างเครือข่าย ซึ่งสามารถอธิบายความสำเร็จได้ร้อยละ 71.70 พร้อมสร้างสมการถดถอยทั้งในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทาง การพัฒนาด้านสำคัญ 7 ประการ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ การจัดการทรัพยากร ภาพลักษณ์ องค์กร ภาวะผู้นำ การสนับสนุนจากภาครัฐ นโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในการดำเนินงานของหอการค้าในภูมิภาค
เอกสารอ้างอิง
จิรวัฒน์ ทองดี. (2563). ชื่อเสียงขององค์กรกับการบริหารความสัมพันธ์ในเครือข่ายธุรกิจ: กรณีหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการบริหารธุรกิจ, 10(1), 65–79.
จุฑารัตน์ เลิศวัฒนารักษ์. (2565). การวิเคราะห์บทบาทของคณะกรรมการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กร. วารสารรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 14(3), 113–129.
ณัฐวุฒิ ศรีประเสริฐ. (2565). กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์องค์กรกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด. วารสารวิจัยและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น, 17(2), 41–56.
ธนภัทร ศรีสมบัติ. (2563). การสร้างเครือข่ายของสมาคมผู้ประกอบการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(1), 33–48.
ปริญญา สาระกุล, จิราพร คำอินทร์, & ธีรภัทร์ วงศ์วัฒนกิจ. (2562). ความสัมพันธ์ของเครือข่ายทางสังคมกับความสามารถในการขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจขององค์กรระดับภูมิภาค. วารสารการบริหารและนโยบาย, 8(2), 77–94.
สุชาติ อินทร์โฉม, นฤมล นันทรักษ์, & ธีระยุทธ อินทรักษ์. (2562). บทบาทของหอการค้าในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 15(1), 22–37.
หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา. (2565). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2565 หอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1. นครราชสีมา: หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา.
หอการค้าไทย. (2565). ประวัติและบทบาทของหอการค้าไทย. สืบค้นจาก https://www.thaichamber.org
หอการค้าไทย. (2567). บทบาทของหอการค้าไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการหอการค้าไทย.
อรุณี สายเทพ. (2561). รูปแบบการพัฒนาองค์กรเอกชนในระดับภูมิภาคสู่ความยั่งยืน. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 11(2), 45–58.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Kaplan, R. S., & Norton, D. P. (1992). The balanced scorecard—Measures that drive performance. Harvard Business Review, 70(1), 71–79.
Lipinski, J., & Nicholls, J. (2024). Strategic governance and the success of nonprofit boards: Building sustainable impact through engaged leadership. Journal of Nonprofit Management, 20(1), 25–42.
Patton, M. Q. (2015). Qualitative research & evaluation methods: Integrating theory and practice (4th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.
Peterson, R. A., & Plowman, G. L. (1953). Business organization and management. New York, NY: Ronald Press.
Porter, M. E. (1990). The competitive advantage of nations. New York, NY: Free Press.
Putnam, R. D. (1993). Making democracy work: Civic traditions in modern Italy. Princeton, NJ: Princeton University Press.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York, NY: Doubleday.
Yin, R. K. (2016). Qualitative research from start to finish (2nd ed.). New York, NY: Guilford Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






