รูปแบบการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292181คำสำคัญ:
รูปแบบ, การจัดการชุมชนเข้มแข็ง, หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความเปราะบางทางสังคม อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนจึงเป็นภารกิจสำคัญ โดยการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการจัดการชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างความยั่งยืนในระดับพื้นที่ (1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา (2) เพื่อปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา (3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่หมู่บ้านที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 358 คน กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ที่มีส่วนร่วมกับการพัฒนาหมู่บ้านได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 40 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณสถิติด้วย ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย: 1) ระดับสภาพการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{x} = 3.81) 2) ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ ความร่วมมือจากเครือข่าย การมีส่วนร่วมของประชาชน นโยบาย และผู้นำชุมชน สามารถอธิบายการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา (Y) ได้ร้อยละ 77.20 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) แนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 3.1) ด้านเศรษฐกิจ ควรมุ่งพัฒนาสู่รูปแบบวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายช่องทางการจำหน่าย พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เน้นการใช้ทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการสร้างเครือข่ายภาคีความร่วมมือ 3.2) ด้านสังคม ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างคนทุกช่วงวัย พัฒนาเครือข่ายอาสาสมัคร และสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน โดยเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสังคมจิตวิทยาและระบบเฝ้าระวังภัยทางสังคมแบบมีส่วนร่วม 3.3) ด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ควรฟื้นฟูและบูรณาการวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการเรียนรู้ในระบบการศึกษา พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน การจัดทำธรรมนูญชุมชน กองทุนสิ่งแวดล้อม และกิจกรรม Zero Waste 3.4) ด้านความร่วมมือภายนอก ควรจัดตั้งเวทีแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชน ส่งเสริมโครงการวิจัยเพื่อชุมชนและการเรียนรู้ภาคสนาม เพื่อยกระดับศักยภาพชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองและพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สรุปผล: ระดับการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดนครราชสีมาอยู่ในระดับมาก โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผล ได้แก่ ความร่วมมือจากเครือข่าย การมีส่วนร่วมของประชาชน นโยบาย และผู้นำชุมชน ซึ่งสามารถอธิบายตัวแปรได้ร้อยละ 77.20 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แนวทางการพัฒนารูปแบบประกอบด้วย 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความร่วมมือภายนอก เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
เอกสารอ้างอิง
นภาภรณ์ หะวานนท์, และคณะ. (2550). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในเขตเมือง. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI).
ปรีชา ศักดิ์จันทร์. (2564). การจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐในโครงการพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืน. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 14(2), 87–98.
ผุสดี สระทอง. (2563). การศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
พิสิฐ อัศวพาณิชย์. (2563). การประสานความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ยงยุทธ ยุทธวงศ์. (2562). การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การสร้างความมั่นคงของครัวเรือนและชุมชน: กรณีศึกษาในภาคตะวันตกของประเทศไทย. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 7(1), 45–56.
ยุพิน รัตนวราหะ. (2565). การพัฒนาชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดอุบลราชธานี (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
ราชกิจจานุเบกษา. (2566). ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580): แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566). เล่ม 140 ตอนพิเศษ 75 ง. หน้า 10.
เลิศพร อุดมพงษ์. (2565). นวัตกรรมชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและลดความเหลื่อมล้ำเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหลังวิกฤตการณ์ Covid-19: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่, 15(1), 22–38.
วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ. (2553). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน: กรณีศึกษาพื้นที่ภาคกลาง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรรณา เจริญผล. (2562). บทบาทของนโยบายระดับท้องถิ่นในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสารนโยบายและการบริหาร, 5(2), 66–81.
วสันต์ ฉายรัศมีกุล. (2561). องค์ประกอบหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนในจังหวัดนนทบุรี (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วุฒิชัย ภูผา. (2563). บทบาทของภาครัฐในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนและองค์กรประชาสังคม: กรณีศึกษาคณะกรรมการพัฒนาชุมชนระดับตำบล. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 11(1), 113–129.
ศรีวิไล อินทอง. (2562). แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการชุมชนในพื้นที่ชนบท: กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
สมชาย สังข์ศรี. (2561). นโยบายภาครัฐกับการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษาชุมชนในภาคเหนือของประเทศไทย (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2563). รายงานผลการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา. (2567). ข้อมูลประชากรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” จังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา.
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา. (2567). รายงานสถานการณ์ชุมชนและแนวทางการส่งเสริมการจัดการชุมชนเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครราชสีมา. นครราชสีมา: สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566–2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สิงหณุ ขุนณิชย์. (2551). ตัวแบบการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อการพึ่งพาตนเองในภาคเหนือตอนล่าง. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
หาญศึก ทรงสวัสดิ์. (2550). การมีส่วนร่วมของชุมชนกับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น: กรณีศึกษาชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อภิชัย สว่างอารมณ์. (2563). กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการพัฒนาท้องถิ่นภายใต้แผนพัฒนาชุมชน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 6(1), 56–69.
Cronbach, L. J. (1974). Essentials of psychological testing (4th ed.). Harper & Row.
Gadisa, T., & Zhou, Y. (2021). Determinants of community development and participation in developing countries: A systematic review. Journal of Community Development, 56(4), 543–560.
Keating, A., et al. (2025). Reflections on the large-scale application of a community disaster-resilience measurement framework. International Journal of Disaster Risk Management, 10(2), 45–62.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2(2), 49–60.
Sen, A. (1999). Development as freedom. Oxford University Press.
Suresh, R., Akbari, P., & MacKenzie, C. A. (2024). A value-focused thinking approach to measure community resilience [Preprint]. arXiv. https://arxiv.org/abs/2401.12345
United Nations. (2017). Thailand’s application of the Sufficiency Economy Philosophy to sustainable development. United Nations. https://sustainabledevelopment.un.org
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






