การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ: กรณีศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292085คำสำคัญ:
ซอฟต์พาวเวอร์, วิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ, หน่วยเรียนรู้บูรณาการ, อำเภอสันป่าตอง, การพัฒนาหน่วยเรียนรู้บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดทิศทางการยกระดับประเทศสู่ความยั่งยืนผ่านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้สู่สถานการณ์จริง รัฐบาลไทยผลักดันการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ 5 ด้าน (5F) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศ การบูรณาการแนวคิดนี้สู่การจัดการเรียนการสอน จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาผู้เรียน โดยอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยภูมิปัญญาและทุนวัฒนธรรมหลากหลาย ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 5 ด้าน (5F) จึงมีศักยภาพเป็นพื้นที่ต้นแบบในการสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่รวมภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าแบบอิสระนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อออกแบบและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟพาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ 2) เพื่อประเมินคุณภาพหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่
ระเบียบวิธีการวิจัย: การศึกษาเรื่อง การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ: กรณีศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ ผู้ศึกษาได้แบ่งวิธีการศึกษาตามวัตถุประสงค์ ออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เพื่อสร้างหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ แบ่งการดำเนินการในระยะนี้ ออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบและข้อมูลซอฟต์พาวเวอร์ ทั้ง 5 ด้าน (5F) ของอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยการใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ทำการสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้านและครูภูมิปัญญา ตามความเชี่ยวชาญ ด้านละ 5 คน รวม 25 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ โดยใช้แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม เพื่อสร้างหน่วยการเรียนรู้ฯ โดยผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่ม จำนวน 7 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน 1 คน ครูวิทยาศาสตร์ 1 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน ครู ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานหลักสูตรและการสอน 1 คน ครู ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานวัดและประเมินผล 1 คน และนักพัฒนาชุมชนในอำเภอสันป่าตอง 1 คน รวม 7 คน ระยะที่ 2 เพื่อประเมินคุณภาพหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟพาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบประเมินคุณภาพหน่วยการเรียนรู้ฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ ความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน ครูวิทยาศาสตร์ 1 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอน 2 คน รวม 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: 1) หน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ: กรณีศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ ประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้ จำนวน 5 หน่วย ที่ครอบคลุมซอฟต์พาวเวอร์ ทั้ง 5 ด้าน ซึ่งได้รับการออกแบบและบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับบริบทซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่นประกอบด้วย หน่วยที่ 1 ด้านอาหาร (Food) คือ ลาบควายลือเลื่องถิ่นสันป่าตอง หน่วยที่ 2 ด้านภาพยนตร์ (Film) คือ กาดงัวคู่สันป่าตอง หน่วยที่ 3 ด้านการออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) คือ เครื่องเขินหัตกรรมเด่นสันป่าตอง หน่วยที่ 4 ด้านศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) ฟ้อนดาบศิลปะการต่อสู้คู่สันป่าตอง และด้านเทศกาล (Festival) คือ ประเพณีลอยโขมดชุมชนชาวมอญสันป่าตอง โดยแต่ละหน่วยการเรียนรู้ มี 6 องค์ประกอบ คือ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระสำคัญ สมรรถนะประจำหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 2) การประเมินคุณภาพหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ ทั้ง 5 หน่วยการเรียนรู้ โดยแต่ละหน่วยจะได้รับการประเมินในทุกองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ โดยผลการประเมิน พบว่า คุณภาพหน่วยการเรียนรู้ ทั้ง 5 หน่วย มีคุณภาพในระดับมากที่สุดในทุกด้าน โดยในด้านความเหมาะสมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ 4.65 (S.D. = 0.03) ด้านความถูกต้อง มีค่าเฉลี่ย คือ 4.59 (S.D. = 0.03) และ ด้านความเป็นไปได้ มีค่าเฉลี่ย คือ 4.52 (S.D. = 0.07) แสดงให้เห็นว่าหน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ ที่พัฒนาขึ้นมีความสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ
สรุปผล: หน่วยการเรียนรู้บูรณาการซอฟต์พาวเวอร์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานอาชีพ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ โดยเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านหน่วยการเรียนรู้ 5 หน่วย ครอบคลุมซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ หน่วยที่ 1 ด้านอาหาร (Food) คือ ลาบควายลือเลื่องถิ่นสันป่าตอง หน่วยที่ 2 ด้านภาพยนตร์ (Film) คือ กาดงัวคู่สันป่าตอง หน่วยที่ 3 ด้านการออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) คือ เครื่องเขินหัตกรรมเด่นสันป่าตอง หน่วยที่ 4 ด้านศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) ฟ้อนดาบศิลปะการต่อสู้คู่สันป่าตอง และด้านเทศกาล (Festival) คือ ประเพณีลอยโขมดชุมชนชาวมอญสันป่าตอง โดยแต่ละหน่วยมีองค์ประกอบชัดเจน ได้แก่ ชื่อหน่วย สาระสำคัญ สมรรถนะ จุดประสงค์ กิจกรรม และการประเมินผล โดยผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า หน่วยการเรียนรู้มีความครบถ้วน เหมาะสม และสามารถนำไปใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ควบคู่กับการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืนในระดับอาชีวศึกษา
เอกสารอ้างอิง
นฤมล คำปัญญา. (2556). การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดเกตการาม อำเภอเมืองเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ไพรัช สุขเกษม. (2567). การพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมชุมนุมตามแนวคิด Soft Power เพื่อเสริมสร้างทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารครุศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
วิจารณ์ พานิช. (2563). การเรียนรู้แบบบูรณาการเชิงพื้นที่: การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิต ชุมชน และวิชา. สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่ออนาคต.
วิชัย วงษ์ใหญ่ & มารุต พัฒผล. (2560). การเรียนรู้ส่วนบุคคล Personalized Learning. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2537). กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ. กรุงเทพฯ.
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสันป่าตอง. (2567). บริบทของอำเภอสันป่าตอง. เชียงใหม่.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2565). รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประจำปี 2565: Soft Power (อำนาจละมุน). สำนักพิมพ์รัฐสภา.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุภาพิชญ์ ถิระวัฒน์. (2565). Soft Power อำนาจละมุน. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2565, จาก https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2565-may7
Bettine, A., Picoli, M., & Bin, L. (2022). Gaining soft power by fostering science, technology and innovation. Journal of Innovation and Policy Studies, 10(2), 123–138.
Fullan, M. (2025). The new meaning of educational change (6th ed.). Teachers College Press. https://michaelfullan.ca
Gauttam, A., Kumar, R., & Singh, P. (2023). Education as a soft power resource: A systematic review. International Journal of Educational Research, 115, 101–115.
Kalandides, A. (2011). The problem with spatial identity: Revisiting the “sense of place”. Journal of Place Management and Development, 4(1), 28–39.
Li, X., & Nye, R. (2004). Conceptualizing the soft power conversion model of higher education. [Publisher not specified].
Oliva, P. F., & Gordon II, W. R. (2013). Developing the curriculum (8th ed.). Pearson Education South Asia Pte Ltd.
Ornstein, A. C., & Hunkins, F. P. (2018). Curriculum: Foundations, principles, and issues (7th ed., Global Edition). Pearson Education.
UNESCO. (2018). Global education monitoring report 2019: Migration, displacement and education – Building bridges, not walls (Second ed.). UNESCO.
Wiggins, G. P., & McTighe, J. (2005). Understanding by design (Expanded 2nd ed.). Association for Supervision and Curriculum Development.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






