แนวทางการพัฒนาการประสานงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291568

คำสำคัญ:

การประสานงาน, ผู้บริหารสถานศึกษา, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จากความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้การบริหารจัดการภายในองค์กร โดยเฉพาะในสถานศึกษาเผชิญกับความท้าทายด้านการประสานงานระหว่างบุคลากรต่างช่วงวัย ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน จากเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาการพัฒนาการประสานงานของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการบริหารงานในสถานศึกษา การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาระดับการประสานงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาประสานงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษา 2) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 3) ครูสายงานสอน จำนวน 295 คน ผู้วิจัยได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางการประมาณขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 59 แห่ง ผู้ให้ข้อมูล คือ 1) ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 คน 2) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 คน และ 3) ครูสายงานสอน จำนวน 3 คน รวมทั้งสิ้น 295 คน ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

ผลการวิจัย: การศึกษาพบว่า ระดับการประสานงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 อยู่ในระดับมากในภาพรวม ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนาที่ผู้ให้ข้อมูลเห็นว่าสำคัญประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ 1)          ความร่วมมือ ควรสร้างสัมพันธภาพที่ดีและการชี้แจงเป้าหมายการดำเนินงานอย่างชัดเจน 2)         ด้านช่วงเวลา ควรวางแผนงานและกำหนดขอบเขตหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม 3) ด้านความสอดคล้องของข้อมูล ควรจัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมกับภารกิจ พร้อมกำหนดอำนาจหน้าที่ชัดเจน 4) ด้านระบบการสื่อสาร ควรใช้การสื่อสารแบบสองทางตามลำดับขั้นการบริหาร 5) ด้านการจัดการข้อมูล ควรรับส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และสนับสนุนการพัฒนาตนเองของบุคลากร และ 6) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ควรพัฒนาระบบให้ทันสมัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

สรุปผล: จากผลการศึกษา สามารถสรุปได้ว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 มีศักยภาพด้านการประสานงานที่สูง แต่ยังมีโอกาสยกระดับประสิทธิภาพให้มากขึ้นผ่านการดำเนินงานใน 6 มิติหลักข้างต้น โดยหากมีการส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นระบบ วางแผนและกำหนดบทบาทชัดเจน จัดวางบุคลากรตามความเหมาะสม ใช้การสื่อสารที่มีประสิทธิผล จัดการข้อมูลอย่างรวดเร็วถูกต้อง และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้ทันสมัย ก็จะช่วยให้การประสานงานเกิดความคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อนของงาน และสร้างคุณภาพการบริหารจัดการในสถานศึกษาได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการเรียนรู้. (2560). แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสำนักงาน กศน. (พ.ศ. 2560–2579). https://anyflip.com/dqql/wpuz/basic

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

การุณ สกุลประดิษฐ์. (2541). ความสัมพันธ์ระหว่างเทคนิคการประสานงานกับการมีส่วนร่วมของการเป็นเครือข่ายการศึกษานอกโรงเรียน (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ปัตตานี.

บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

รัตน์เกล้า สืบเสาะ. (2559). การประสานงานภายในของผู้บริหารสถานศึกษาตามทัศนะของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ลพบุรี.

ล้วน สายยศ, & อังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

วันเพ็ญ บูรณศรี. (2548). การพัฒนาแนวทางการประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาวิชาการของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และ เขต 2 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

สมศักดิ์ เหมือนดาว, และคณะ. (2564). กลยุทธ์การประสานนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับจังหวัด. วารสารสังคมศาสตร์, 10(2), 78.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2558). การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคหลายเจเนอเรชัน (Multigenerational workforce). กรุงเทพฯ: สำนักงาน ก.พ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/258/T_0001.PDF

Ayeni, A. J., & Akinfolarin, C. A. (2014). Assessing principals’ coordinating and controlling strategies for effective teaching and quality learning outcome in secondary schools in Ondo State, Nigeria. International Journal of Learning, Teaching and Educational Research, 5(1), 45–53. https://www.ijlter.org/index.php/ijlter/article/view/162

Becker, G. S. (1993). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education (3rd ed.). University of Chicago Press.

Cappelli, P. (2008). Talent management for the twenty-first century. Harvard Business Review, 86(3), 74–81.

Day, D. V., Fleenor, J. W., & Atwater, L. E. (2014). [Details missing—please complete if available].

Goleman, D., Boyatzis, R., & McKee, A. (2013). Primal leadership: Unleashing the power of emotional intelligence. Harvard Business Review Press.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Marius, R. B., & Carsten, J. (2012). The impact of economic coordination and educational institutions on individual-level preferences for academic and vocational education. Socio-Economic Review, 10(3), 525–554. Retrieved February 18, 2024, from https://academic.oup.com/ser/article-abstract/10/3/525/1685140

Mintzberg, H. (1973). The nature of managerial work. HarperCollins College Division.

Mustafa, A. (2016). The effects of coordination and movement education on pre school-children’s basic motor skills improvement. Journal of Education and Training Studies. Retrieved February 18, 2024, from https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1099772.pdf

Nawab, A., & Sharar, T. (2022). Coordination in planning and implementing professional development programs for teachers: A much-needed component in rural areas. SAGE Open, 12(1), Article 21582440211068489. https://doi.org/10.1177/21582440211068489

Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2019). Organizational behavior (18th ed.). Pearson.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2(2), 49–60.

Tymon, W. G., Stumpf, S. A., & Doh, J. P. (2010). Exploring talent management in India: The neglected role of intrinsic rewards. Journal of World Business, 45(2), 109–121. https://doi.org/10.1016/j.jwb.2009.09.019

Wright, P. M., & McMahan, G. C. (2011). Exploring human capital: Putting ‘human’ back into strategic human resource management. Human Resource Management Journal, 21(2), 93–104. https://doi.org/10.1111/j.1748-8583.2010.00165

Yukl, G. (2013). Leadership in organizations (8th ed.). Pearson.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-22

รูปแบบการอ้างอิง

ธำรงวีระชาติ บ., & สิทธิ์ธาดา ธ. (2026). แนวทางการพัฒนาการประสานงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(3), e291568. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291568

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ