การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณของปัจจัยเชิงนโยบายและการลงทุนจากต่างชาติที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย

ผู้แต่ง

  • สุพาพร ศิริผึ้ง นักวิชาการอิสระด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร https://orcid.org/0009-0001-3441-2228
  • อดิศัย สุทธิคีรี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ https://orcid.org/0009-0004-7039-5252

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291352

คำสำคัญ:

นโยบายสาธารณะ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, การลงทุนจากต่างชาติ, กระบวนการตัดสินใจของนักลงทุน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาผลของปัจจัยเชิงนโยบายภาครัฐที่มีต่อพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย 2.เพื่อวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณระหว่างปัจจัยเชิงนโยบายและการลงทุนจากต่างชาติกับพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประชากรของการวิจัยคือข้อมูลเชิงเศรษฐกิจและข้อมูลการดำเนินธุรกิจของภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2567 ซึ่งครอบคลุมตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐ การลงทุนจากต่างประเทศ และผลการดำเนินงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คือ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ประกอบด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน พนักงานในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้วิธีการสุ่มแบบมีโครงสร้าง (Stratified Sampling) หรือการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling)เพื่อเตรียมสำหรับการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)ตรวจสอบความครบถ้วนและความสอดคล้องของชุดข้อมูลก่อนทำการวิเคราะห์ การวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ทางสถิติ

ระเบียบวิธีการวิจัย: ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลบนพื้นฐานของการทบทวนวรรณกรรม รวมถึงการพัฒนากรอบแนวคิดจากทฤษฎีที่เกี่ยวข้องมีลำดับขั้นตอน ได้แก่ การกำหนดปัญหางานวิจัย การสร้างคำถามการวิจัย รวมถึงการพัฒนามาตรวัดจากการทบทวน วรรณกรรม การแจกแบบสอบถาม การประมวลผลทางสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)และนำผลที่ได้มาอภิปรายผลสรุป และการให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม จากการวิจัยข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามซึ่งมีลักษณะแบบปลายปิด โดยการสร้างแบบสอบถาม ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ทำงานและส่วนที่ 2 มาตรวัดตัวแปรที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อศึกษาการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ประกอบไปด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ ได้แก่ ด้านนโยบายภาครัฐ การลงทุนจากต่างชาติ ตัวแปรควบคุม การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยแบบสอบถามที่นำมาใช้มีลักษณะข้อคำถามที่ใช้มาตรวัดแบบประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ  ส่วนที่ 3 แบบสอบถามปลายเปิดที่เป็นความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และการเก็บรวมรวมข้อมูล ส่วนการวิเคราะห์ เนื้อหาโดยทำการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป การวิเคราะห์แบบนิรนัย และแสดงผลเป็นข้อความบรรยาย

ผลการวิจัย:  ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณเพื่อศึกษาผลของปัจจัยเชิงนโยบายภาครัฐต่อพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย พบว่า ปัจจัยเชิงนโยบายภาครัฐ ได้แก่มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง การผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อ เช่น มาตรการ Loan-to-Value (LTV) นโยบายภาษีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โครงการสนับสนุนที่อยู่อาศัยของรัฐ มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (P-value < 0.01)โดยแบบจำลองถดถอยแสดงว่า เมื่อค่าตัวแปรนโยบายภาครัฐเพิ่มขึ้นหนึ่งหน่วย พฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น การตัดสินใจลงทุน การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือการพัฒนาโครงการ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วยสมการถดถอยที่ได้จากการวิเคราะห์คือ:Y = 1.102 + 0.744(X₁)แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยเชิงนโยบายภาครัฐ (X₁) มีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นพฤติกรรมของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาทิ นักลงทุน ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค รวมถึงหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆผลการวิจัยนี้สะท้อนว่า การดำเนินนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสามารถเป็นกลไกขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ และกระตุ้นการตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแนวโน้มและโอกาสทางเศรษฐกิจซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ 1ผลการวิเคราะห์จากวัตถุประสงค์ที่ 2 ถดถอยพหุคูณระหว่าง ปัจจัยเชิงนโยบายภาครัฐ และ การลงทุนจากต่างชาติ กับ พฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย พบว่า ตัวแปรทั้งสองมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แบบจำลองสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมได้ ร้อยละ 74.2 (R² = 0.742) แสดงถึงความสามารถของตัวแปรอิสระในการทำนายพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวแปร การลงทุนจากต่างชาติ (X2) มีค่าสัมประสิทธิ์สูงที่สุด (B = 0.671) รองลงมาคือ ปัจจัยเชิงนโยบายภาครัฐ (X1) (B = 0.551)สมการถดถอยที่ได้จากการวิเคราะห์ คือ:Y = 0.891 + 0.551(X1) + 0.671(X2)แสดงให้เห็นว่า เมื่อปัจจัยทั้งสองเพิ่มขึ้นอย่างละหนึ่งหน่วย จะทำให้พฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปผล: ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการกำหนดนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภคในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ. (2564). รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ปี 2564.กรุงเทพมหานคร: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

กรมที่ดิน. (2565). สถิติที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย.กรุงเทพมหานคร: กรมที่ดิน.

กรุงเทพธุรกิจ. (2564). อสังหาฯ แห่อัดโปรดอกเบี้ยต่ำ-อยู่ฟรี-เพิ่มส่วนลดกระตุ้นยอดครึ่งปีหลัง. กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/property/1138577

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2564). รายงานประจำปี 2564. กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. https://api.tat.or.th/upload/live/about_tat/8762/รายงานประจำปี_2564.pdf

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2567). รายงานประจำปี 2567. กรุงเทพมหานคร: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.

ประชาชาติธุรกิจ. (2567). อสังหาฯชะลอตัว แต่ยังมีสัญญาณฟื้นตัวในครึ่งหลัง. ประชาชาติธุรกิจ. https://www.prachachat.net/

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์. (2567). สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2567. ธนาคารอาคารสงเคราะห์. https://www.reic.or.th/Research/320

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2546). นโยบายสาธารณะ (พิมพ์ครั้งที่ 3).กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2552). นโยบายสาธารณะ: แนวความคิด การวิเคราะห์และกระบวนการ. กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). รายงานเศรษฐกิจและสังคมไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2564. https://www.nesdc.go.th/report-q4-2564.pdf

ADB. (2022). Asian Development Outlook 2022. Asian Development Bank.

Anderson, J. E. (1994). Public policymaking (5th ed.). Houghton Mifflin.

Anderson, J. E. (2011). Public policymaking: An introduction (7th ed.). Cengage Learning.

BOI. (2022). Thailand investment review. Thailand Board of Investment.

Business-dictionary. (2011). Business terms defined. Asia Books.

Case, K. E., Quigley, J. M., & Shiller, R. J. (2005). Comparing wealth effects: The stock market versus the housing market. Advances in Macroeconomics, 5(1), Article 1. https://doi.org/10.2202/1534-6013.1235

Chuenchoksan, S., & Nakornthab, D. (2008). Past, present, and prospects for Thailand’s growth: A labor market perspective (Working Paper No. 2008-07). Monetary Policy Group, Bank of Thailand

Dye, T. R. (1984). Understanding public policy (5th ed.). Prentice Hall.

Easton, D. (1953). The Political System: An Inquiry into the State of Political Science. New York, NY: Alfred A. Knopf.

Friedrich, C. J. (1963). Man and his government: An empirical theory of politics. New York, NY: McGraw Hill.

IMF. (2022). World economic outlook update. International Monetary Fund.

Jevons, W. S., & Menger, C. (1871). The theory of political economy.

Jones Lang LaSalle. (2024, March 4). Thailand real estate to show ongoing resiliency in 2024: JLL [News release]. Hospitality Net.

Keynes, J. M. (1936). The general theory of employment, interest and money. Macmillan.

Krungsri Research. (2566, มิถุนายน 19). Monthly Economic Bulletin (June 2023) [รายงานออนไลน์]. Krungsri Research. https://www.krungsri.com/th/research/macroeconomic/monthly-bulletin/bulletin-230619

Lasswell, H. D., & Kaplan, A. (1970). Power and society: A framework for political inquiry. Yale University Press.

Leamer, E. E. (2007). Housing is the business cycle (NBER Working Paper No. 13428). National Bureau of Economic Research.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes (pp. 1–55). New York, NY: Archives of Psychology.

Marshall, A. (1890). Principles of economics. Macmillan.

Money & Banking Magazine. (2024). The economy is recovering slowly – high interest rates drag down Thailand’s real estate market. Money & Banking Magazine. Retrieved from https://en.moneyandbanking.co.th/2024/86941/

OECD. (2020). The impact of COVID-19 on education systems. Organisation for Economic Co-operation and Development.

Reuters. (2024, October 31). Thai economy expected to grow 3% next year, Finance Ministry says. Reuters. https://www.reuters.com/markets/asia/thai-economy-expected-grow-3-next-year-finance-ministry-says-2024-10-31

Romer, P. M. (1986). Increasing returns and long-run growth. Journal of Political Economy, 94(5), 1002–1037. https://doi.org/10.1086/261420

Sharkansky, I. (1970). Policy analysis in political science. Markham Publishing.

Solow, R. M., & Romer, P. M. (1986). Growth theory. Oxford University Press.

UN-Habitat. (2022). Annual Report 2021. UN-Habitat.

World Bank. (2022). Thailand economic monitor: Post-pandemic recovery. World Bank Group.

Zhang, A., Li, B., & Wang, C. (2021). The impact of government policies on real estate markets in developing countries. Journal of Housing and Urban Development, 15(2), 45-60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-20

รูปแบบการอ้างอิง

ศิริผึ้ง ส., & สุทธิคีรี อ. (2026). การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณของปัจจัยเชิงนโยบายและการลงทุนจากต่างชาติที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(3), e291352. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291352

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ