ผ้าม้ง : พัฒนาการและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง กรณีศึกษาตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • Jingjing Gao คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0009-0002-7379-5046
  • เทพพร มังธานี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0009-0001-0424-6564
  • ธนิต โตอดิเทพย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0009-0001-2813-7469

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290540

คำสำคัญ:

ผ้าม้ง, พัฒนาการของผ้าม้ง, อัตลักษณของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ผ้าม้งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ทั้งในด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ้าม้งยังคงมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนในหลากหลายมิติ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการของผ้าม้งในตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และ 2) วิเคราะห์อัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งผ่านผ้าม้งในพื้นที่ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยเก็บข้อมูลผ่านการสังเกต การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มย่อย จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจงและแบบบังเอิญ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 1) กลุ่มผู้ผลิตผ้าม้งจำนวน 5 คน 2) กลุ่มผู้ที่ค้าขายผ้าม้งจำนวน 10 คน 3) กลุ่มชาวบ้านที่เคยใช้ผ้าม้ง จำนวน 15 คน 4) กลุ่มชาวบ้านที่มีอายุมากกว่า 50 ปีจำนวน 5 คน 5) กลุ่มผู้นำและปราชญ์ชาวบ้านจำนวน 3 คน และ 6) กลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ สมุดบันทึก เครื่องบันทึกเสียง กล้องถ่ายภาพ และโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลที่ได้จะนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) โดยจัดกลุ่มข้อมูลตามประเด็นสำคัญ วิเคราะห์ตามช่วงเวลา และเชื่อมโยงกับกรอบแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและความหมายที่สะท้อนผ่านผ้าม้งในมิติต่าง ๆ อย่างครอบคลุม และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยวิธีการตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย

ผลการวิจัย: 1) ผ้าม้งในตำบลโป่งแยงมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องระหว่างปี พ.ศ. 2530–2567 ทั้งในด้านวัสดุ เทคนิค ลวดลาย การใช้งาน และการสืบทอด เช่น ผ้าทอใยกัญชงมีการปรับเปลี่ยนจากวัสดุพื้นบ้านเป็นวัสดุสมัยใหม่ ผ้าปักมีการปรับลวดลาย สี และเทคนิคให้ตอบสนองตลาด ขณะที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิม ส่วนผ้าเขียนเทียนมีพัฒนาการเชิงสร้างสรรค์โดยยังคงภูมิปัญญาดั้งเดิม 2) ผ้าม้งทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญในการสร้าง แสดงออก และต่อรองอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในหลากหลายมิติ ได้แก่ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ สังคม เศรษฐกิจ เพศ สุนทรียะ และคติความเชื่อ โดยมีผ้าม้งเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และสะท้อนพลวัตของอัตลักษณ์ในบริบทร่วมสมัย

สรุปผล: การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าผ้าม้งในตำบลโป่งแยงมิใช่เพียงสิ่งทอในชีวิตประจำวัน แต่เป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งภายใต้บริบททางสังคม เศรษฐกิจ และนโยบายรัฐที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งแสดงให้เห็นความสามารถของชาวม้งในการธำรงคุณค่าเดิมและสร้างความหมายใหม่ของอัตลักษณ์ในโลกยุคปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

เกศินี ศรีรัตน์. (2010). บทบาทของผ้าปักต่อวิถีชีวิตชาวม้งบ้านหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ [The role of embroidery in the lifestyle of Hmong people in Nong Hoi Village, Mae Rim District, Chiang Mai Province] (Research report). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

โชติกา ศรีประเสริฐ. (2011). “อัตลักษณ์” (Identity): คุณลักษณะเฉพาะตัวของชาติพันธุ์. การบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 6(1), 12–17.

สไบทิพย์ ตั้งใจ. (2015). การจัดการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะผ้าปักของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง บ้านผานกกก ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ [Preservation and transmission of Hmong embroidery art in Phanokkok Village, Pong Yaeng Subdistrict, Mae Rim District, Chiang Mai Province] (Master’s thesis). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สมัย สุทธิธรรม. (1998). สารคดีชนกลุ่มน้อยบนพื้นที่สูง “แม้ว” [Documentary on highland ethnic group “Meo”]. กรุงเทพฯ: เลิฟแลนด์เพรส.

สุจิตรา เปลี่ยนรุ่ง. (2010). การสื่อสารเพื่อสร้าง ธำรงรักษา และต่อรองอัตลักษณ์ความเป็นมอญของกลุ่มชาวมอญพลัดถิ่นในประเทศไทยท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ [Communication for constructing, maintaining, and negotiating Mon identity among displaced Mon people in Thailand amidst globalization] (Doctoral dissertation). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุนิดา ดูแสง. (2021). มิติด้านจิตวิญญาณในการปักผ้าชาติพันธุ์ม้ง [Spiritual dimension in Hmong ethnic embroidery] (Master’s thesis). มหาวิทยาลัยพายัพ.

อภิญญา เฟื่องฟูสกุล. (2003). อัตลักษณ์: การทบทวนทฤษฎีและกรอบแนวคิด [Identity: A review of theories and conceptual frameworks]. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.

Barth, F. (2014). Ethnic groups and boundaries (L. Liqin, Trans.). Shanghai: The Commercial Press. (Original work published 1969)

Cohen, A. (2017). Custom and politics in urban Africa. London: Routledge.

Geertz, C. (2000). The interpretation of cultures. New York, NY: Basic Books.

Hall, S. (1997). Representation: Cultural representations and signifying practices. London: Sage.

Hall, S. (2019). Essential essays, volume 2: Identity and diaspora. Durham, NC: Duke University Press.

Magliveras, S. S. (2020). Hmong textiles, symmetries, perception and culture. Symmetry, 12(11), 1829. https://doi.org/10.3390/sym12111829

Naroll, R. (1964). On ethnic unit classification. Current Anthropology, 5(4), 283–312.

Shi, C. (2006). 世界苗族迁徙史 [The moving history of the Miao in the world]. Guiyang, China: Guizhou People’s Publishing House.

Sun, J. (1998). Ethnic groups and ethnic group identity. Journal of Sun Yat-sen University (Social Science Edition), 2, 23–30.

Tajfel, H., & Turner, J. C. (1986). The social identity theory of intergroup behavior. In S. Worchel & W. G. Austin (Eds.), Psychology of intergroup relations (pp. 7–24). Nelson-Hall.

Torntore, S. J. (2004). Fashion, tradition, and cultural authentication: Change in Hmong American ethnic textiles and aesthetics at Hmong New Year. In Textile Society of America Symposium Proceedings. https://digitalcommons.unl.edu/tsaconf/441

Wang, M. (2008). 羌在汉藏之间:川西羌族的历史人类学研究 [The Qiang between Han and Tibetan: A historical anthropological study of the Qiang people in Western Sichuan]. Beijing, China: Zhonghua Book Company.

Wang, Y. (2011). A study on the costume of the Flower Miao in Jingzhou, Hunan (Doctoral dissertation). Soochow University.

Weber, M. (2010). Economy and society (Y. Kewen, Trans.). Shanghai: Shanghai Century Publishing Group. (Original work published 1922)

Yang, J. (2022). Minangkabau: From ethnic identity to national identity (Doctoral dissertation). Beijing Foreign Studies University.

Yu, J. (2020). The style evolution and aesthetic transformation of the Miao wax printing in Danzhai and Rongjiang (Doctoral dissertation). Central University for Nationalities.

Zeng, J. (2012). A study on the identity of female images in the epic ballads of ethnic minorities in Yunnan (Doctoral dissertation). Yunnan University.

Zhang, S. (2014). 苗族服飾与苗族自我認同意識―清朝至民国時期的貴州苗族改装運動為中心 [Transition in Miao clothing and Miao identity by policies of “the reform on dress”: Focusing on the Qing Dynasty and the Republic of China in Guizhou Province]. Journal of Ethnology, (5), 25–33.

Zhou, Y. (2012). The meaning, imagination, and construction: An anthropological observation of contemporary Chinese exhibition-type Miao clothing design (Doctoral dissertation). Central University for Nationalities.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-05-20

รูปแบบการอ้างอิง

Gao, J., มังธานี เ., & โตอดิเทพย์ ธ. (2026). ผ้าม้ง : พัฒนาการและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง กรณีศึกษาตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(3), e290540. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290540

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ