นวัตกรรมบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290396คำสำคัญ:
นวัตกรรมบริการ, การตัดสินใจซื้อ, รถยนต์ไฟฟ้าบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัจจุบันรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในระดับสากล รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมุ่งหวังที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดและยั่งยืน ในงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความสำคัญนวัตกรรมบริการที่ต่อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมบริการกับการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร และ 3) เพื่อศึกษาอิทธิพลของนวัตกรรมบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร
ระเบียบวิธีการวิจัย: ในการวิเคราะห์นวัตกรรมบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน การเก็บรวมรวมข้อมูลในครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการสร้างสมการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ ด้วยวิธีแบบเป็นขั้นตอน
ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ 31-40 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,001-35,000 บาท นวัตกรรมบริการมีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครทั้งหมด 4 ปัจจัย ได้แก่ ด้านบริการ ด้านกระบวนการ ด้านเทคโนโลยี และด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า และสมการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ ได้แก่ y^ = .559 + .196 (X2) + .147(X3) + .190 (X4): R2 = 0.669 โดยที่ R2 = 0.669 หมายความว่า โมเดลนี้สามารถอธิบายความแปรปรวนในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครได้ประมาณร้อยละ 66.9
สรุปผล: ผลการวิจัยสรุปได้ว่า นวัตกรรมบริการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครในระดับมาก ด้านเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่มีผลมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านบริการ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และกระบวนการ แบบจำลองถดถอยสามารถอธิบายพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อได้ถึงร้อยละ 66.9
เอกสารอ้างอิง
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). Wiley.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340. https://doi.org/10.2307/249008
Den Hertog, P., van der Aa, W., & de Jong, M. W. (2010). Capabilities for managing service innovation: Towards a conceptual framework. Journal of Service Management, 21(4), 490–514. https://doi.org/10.1108/09564231011066123
Engel, J. F., Blackwell, R. D., & Miniard, P. W. (1995). Consumer behavior (8th ed.). Dryden Press.
Gustafsson, A., Snyder, H., & Witell, L. (2020). Service innovation: A new conceptualization and path forward. Journal of Service Research, 23(2), 111–115. https://doi.org/10.1177/1094670519898881
Lenka, S., Parida, V., & Wincent, J. (2017). Digitalization capabilities as enablers of value co-creation in servitizing firms. Psychology & Marketing, 34(1), 92–100. https://doi.org/10.1002/mar.20975
Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (2007). Consumer behavior (9th ed.). Prentice Hall.
Venkatesh, V., Morris, M. G., Davis, G. B., & Davis, F. D. (2003). User acceptance of information technology: Toward a unified view. MIS Quarterly, 27(3), 425–478. https://doi.org/10.2307/30036540
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





