การประเมินผลประสิทธิภาพในการทำงานตามหลักการบริหารราชการที่ดี (GOOD GOVERNANCE) ภายใต้กรอบตัวชี้วัดที่ 1 มิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ 4 ด้าน กรณีศึกษาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.290146คำสำคัญ:
การประเมินผล, , ประสิทธิภาพในการทำงาน, , การบริหารราชการที่ดีบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในขอบข่ายของการบริหารราชการแผ่นดิน การใช้หลักธรรมาภิบาลมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความรับผิดชอบของกิจกรรมของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดมหาสารคาม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการจัดหาบริการสาธารณะที่จำเป็นและปกป้องความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้โดยอิงตามกรอบตัวชี้วัดที่ 1 มิติที่ 2 ซึ่งเน้นที่คุณภาพบริการ โดยงานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับการประเมินผลประสิทธิภาพในการทำงานตามหลักการบริหารราชการที่ดี (GOOD GOVERNANCE) ภายใต้กรอบตัวชี้วัดที่ 1 มิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ 4 ด้าน กรณีศึกษาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม และ 2. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะในการทำงานตามหลักการบริหารราชการที่ดี (GOOD GOVERNANCE) ภายใต้กรอบตัวชี้วัดที่ 1 มิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ 4 ด้าน กรณีศึกษาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม
ระเบียบวิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยแบบเชิงปริมาณ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ที่มาจากการคำนวนขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรทาโร่ ยามาเน่ (1973) ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 0.05 ที่มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Sampling Random) แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: 1) ระดับการประเมินผลประสิทธิภาพในการทำงานตามหลักการบริหารราชการที่ดี (GOOD GOVERNANCE) ภายใต้กรอบตัวชี้วัดที่ 1 มิติที่ 2 ด้านคุณภาพการให้บริการ 4 ด้าน กรณีศึกษาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 4.27, S.D.= 0.31) และ 2) ข้อเสนอแนะในการทำงานตามหลักการบริหารราชการที่ดี (GOOD GOVERNANCE) ประกอบด้วย 2.1) ด้านขั้นตอนการให้บริการ 2.2) ด้านช่องทางการให้บริการ 2.3) ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ และ 2.4) ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก
สรุปผลการวิจัย: การประเมินการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดมหาสารคามตามหลักธรรมาภิบาล ด้านคุณภาพบริการทั้ง 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก (x̅= 4.27, S.D.= 0.31) แสดงให้เห็นว่ามีการบริหารจัดการที่ดี และมีการตอบสนองต่อชุมชนในเชิงบวก ข้อเสนอแนะในการพัฒนางานต่อไป ได้แก่ การปรับปรุงขั้นตอนและช่องทางการให้บริการ การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และการเตรียมสถานที่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
จารุวรรณ เมณฑกา. (2562). ธรรมาภิบาลกับการบริหารภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิชาการ.
ชุติมา ภูผาเงิน. (2566). การประเมินสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วิจัยท้องถิ่น, 15(1), 25–39.
ธนพร ศรียากูล. (2564). การยกระดับการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามเกณฑ์ธรรมาภิบาล. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 27(1), 33–49.
บุญชม ศรีสะอาด และคณะ. (2558). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 7). กาฬสินธุ์: ตักสิลาการพิมพ์.
ปรีชา ศรีนวล. (2561). การประเมินประสิทธิภาพการบริการของเทศบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารบริหารท้องถิ่น, 12(3), 88–102.
ราชกิจจานุเบกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. วันที่ 6 เมษายน 2560.
ล้วน สายยศ, & อังคณา สายยศ. (2543). การวัดด้านจิตพิสัย. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
วราภรณ์ ลือบุญธวัชชัย. (2561). การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 9(2), 45–58.
วารุณี แก้วมาตย์. (2564). การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบล. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 12(1), 80–95.
สมชาย สังข์สุวรรณ. (2560). การพัฒนาคุณภาพการให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักธรรมาภิบาล. วารสารพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 5(1), 21–33.
สุภาพร คำอ่อน. (2566). การประเมินคุณภาพการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
อภิวัฒน์ แสนโคตร. (2565). การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาการบริการภาครัฐขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารการบริหารภาครัฐและภาคเอกชน, 28(2), 45–60.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





