การศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3

ผู้แต่ง

  • มีซานี อูเซ็ง สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ https://orcid.org/0009-0003-1304-5697

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290060

คำสำคัญ:

ความฉลาดทางอารมณ์, แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญไม่เพียงแต่ในการบริหารจัดการด้านวิชาการและงานธุรการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้แก่บุคลากรในสถานศึกษา ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence: EI) จึงเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จากงานวิจัยที่ผ่านมา พบว่า ผู้บริหารที่มีความฉลาดทางอารมณ์ในระดับสูงมีความสัมพันธ์กับขวัญกำลังใจของครูและความสำเร็จขององค์กร การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 2) ศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในพื้นที่เดียวกัน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู และ 4) ศึกษาว่าความฉลาดทางอารมณ์สามารถพยากรณ์แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูได้หรือไม่

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 จำนวน 30 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงโดยผู้เชี่ยวชาญ (ค่าความเที่ยงตรงอยู่ระหว่าง 0.70–0.95) และมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

ผลการวิจัย: พบว่าความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 โดยรวมอยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.12, SD = 0.35) และแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.76, SD = 0.42) ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แสดงให้เห็นว่าความฉลาดทางอารมณ์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.65, p < 0.01) และสามารถพยากรณ์แรงจูงใจได้ในระดับร้อยละ 40 (β = 0.62, p < 0.01)

สรุปผล: การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 ผลการวิจัยพบว่าผู้บริหารมีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในระดับสูง ขณะที่ครูมีแรงจูงใจอยู่ในระดับปานกลาง โดยความฉลาดทางอารมณ์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับแรงจูงใจของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .465, p < .01) และสามารถพยากรณ์แรงจูงใจได้ร้อยละ 40 ความเอาใจใส่ผู้อื่น (empathy) มีอิทธิพลเชิงบวกสูงสุด (β = .674, p < .001) ขณะที่การควบคุมตนเอง (self-regulation) ส่งผลทางลบ (β = –.283, p < .01) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าภาวะผู้นำที่มีความเข้าอกเข้าใจส่งผลต่อการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกต่อครูอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การควบคุมอารมณ์มากเกินไปอาจเป็นอุปสรรคต่อความไว้วางใจและความผูกพันในองค์กร ดังนั้น การส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ โดยเฉพาะด้านความเข้าอกเข้าใจ จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเสริมสร้างแรงจูงใจในบริบทการศึกษาที่หลากหลาย

เอกสารอ้างอิง

กนกพร โพธิมณี. (2562). ภาวะผู้นำทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา.

กุหลาบ ปุริสาร. (2561). ภาวะผู้นำและความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 13(2), 123–136.

เจนวิทย์ จงใจ. (2558). ความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ธีราภรณ์ ธะนะหมอก. (2562). ภาวะผู้นำทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาและความผูกพันต่อองค์กรของครูในโรงเรียนเอกชน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2557). ทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคต. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.

Bar-On, R. (1997). The emotional intelligence inventory (EQ-i): Technical manual. Multi-Health Systems.

Bass, B. M., & Avolio, B. J. (1994). Improving organizational effectiveness through transformational leadership. Sage Publications.

Goleman, D. (1995). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books.

Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396. https://doi.org/10.1037/h0054346

Smith, P. (2015). Emotional intelligence in the classroom: Theory into practice. Routledge.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-11

รูปแบบการอ้างอิง

อูเซ็ง ม. (2026). การศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 . Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(2), e290060 . https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290060

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ