พัฒนาการทางกฎหมายอาญาเพื่อคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนในประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289929คำสำคัญ:
พัฒนาการของกฎหมายอาญา, การคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: 1) ศึกษาพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา รัฐ และกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศ 2) แสวงหาปัจจัยของความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา รัฐ และกฎหมายของประเทศไทยในแต่ละยุคสมัย 3) วิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายอาญาในการคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนที่ได้รับผลจากความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา รัฐ และกฎหมายของประเทศไทยและอิทธิพลจากต่างประเทศ 4) เสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดความผิดอาญาในการคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนของประเทศไทย
ระเบียบวิธีวิจัย: วิธีวิจัยด้วยเอกสารเชิงคุณภาพโดยการค้นคว้า เอกสาร ตำรา ตัวบทกฎหมาย บทความทางกฎหมาย ตัวอย่างคดีความ ความเห็นของนักวิชาการหรือผู้ร่างกฎหมายในลักษณะขององค์กรณ์นิติบัญญัติ รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ประวัติศาสตร์ ความเกี่ยวพันกับสภาพสังคม แนวคิดของศาสนาและรัฐ ทฤษฎีความรับผิดทางอาญาต่าง ๆ จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยเริ่มจากการกำหนดกรอบของความคุ้มครองโดยกฎหมายอาญาและวัตถุแห่งการคุ้มครอง เพื่อให้ได้มาซึ่งวัตุประสงค์แห่งการคุ้มครองก่อนที่จะนำมาเปรียบเทียบกันระหว่างประเทศไทย รัฐศาสนาและรัฐโลกวิสัย
ผลของการวิจัย: 1. ความสัมพันธ์ของศาสนา รัฐและกฎหมายของต่างประเทศสามารถพิจารณาในเชิงของการกำหนดกฎหมายเพื่อคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนได้ 2 ลักษณะ คือ พัฒนาการในรัฐโลกวิสัยและพัฒนาการในรัฐศาสนา โดยในรัฐโลกวิสัยจะพบการกำหนดความผิดอาญาโดยมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองสังคม และผู้มีอำนาจมานับแต่ยุคโบราณ และพัฒนามาตามลำดับทางประวัติศาสตร์จนกลายเป็นการกำหนดความผิดอาญาเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นหลัก แต่ในทางกลับกันในประเทศที่เป็นรัฐศาสนาในที่นี้พิจารณารัฐอิสลามมีการกำหนดความผิดอาญาที่อ้างอิงจากอัลกุรอาน พัฒนาการของการกำหนดความผิดไม่ได้มีมากนักดังนั้นความผิดอาญาจึงมีวัตถุประสงค์การคุ้มครองผู้มีอำนาจโดยเฉพาะมิติทางศาสนาและวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองสังคมมุสลิมมากกว่าที่พบในรัฐโลกวิสัย ซึ่งเมื่อพิจารณาพัฒนาการของประเทศไทยแล้วพบว่ามีความโน้มเอียงไปทางรัฐศาสนามากกว่ารัฐโลกวิสัยเนื่องจากความสัมพันธ์ของรัฐ ศาสนาและกฎหมายที่มีต่อกันอย่างใกล้ชิดและการกำหนดความรับผิดบางฐานที่ยังมุ่งคุ้มครองผู้มีอำนาจโดยอาศัยพระพุทธศาสนาเป็นหลักอยู่เช่นกัน อย่างไรก็ดีในประเทศไทยยังมีการกำหนดความผิดอาญาที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นหลักในการคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนอยู่ด้วย 2. ปัจจัยที่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา รัฐและกฎหมายพบว่ามี 3 ปัจจัย คือ ความเชื่อของคนในสังคม, คติในการปกครองของรัฏฐาธิปัตย์ และการเข้ามาของอิทธิพลจากต่างประเทศ และเมื่อพิจารณาการคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนโดยกฎหมายอาญาสามารถพิจารณาได้เป็น 10 องค์ประกอบคือ การคุ้มครองสถาบันทางศาสนา, ความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์, คำสอน, ประมุขทางศาสนา, นักบวช, ศาสนสถาน, สัญลักษณ์, เสรีภาพในการนับถือศาสนา, เสรีภาพการเผยแผ่ศาสนา และเสรีภาพการปฏิบัติตามความเชื่อในทางศาสนา 3.การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายอาญาในการคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนมีการเปลี่ยนแปลงโดยได้รับอิทธิพลจากความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา รัฐและกฎหมายผ่านทั้ง 3 ปัจจัย โดยปัจจัยเรื่องความเชื่อของคนในสังคมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการคุ้มครองความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการคุ้มครองเสรีภาพในการปฏิบัติตามความเชื่อเป็นหลัก ปัจจัยด้านคติของรัฏฐาธิปัตย์ที่ใช้ในการปกครอง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายอาญาในการคุ้มครองสถาบันทางศาสนา คำสอน ประมุขทางศาสนา นักบวช ศาสนสถาน และสัญลักษณ์ทางศาสนา ปัจจัยด้านการเข้ามาของอิทธิพลจากต่างประเทศ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการคุ้มครองสถาบันทางศาสนา ศาสนสถาน สัญลักษณ์ทางศาสนา ในบางช่วงส่งผลต่อความผิดอาญาเชิงลบต่อเสรีภาพในการนับถือและเผยแผ่ศาสนาด้วย 4. การกำหนดความผิดอาญาในการคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชน ควรที่จะพิจารณาปัจจัยทางด้านความเชื่อของคนในสังคม คติของรัฏฐาธิปัตย์ที่ใช้ในการปกครอง และการเข้ามาของอิทธิพลจากต่างประเทศ ประกอบกันเพราะในแต่ละปัจจัยไม่สามารถที่จะกำหนดถึงการบัญญัติ การปรับปรุง การแก้ไข หรือเพิ่มเติม เป็นความผิดในกฎหมายอาญาฉบับปัจจุบันหรือในกฎหมายฉบับอื่นได้เพียงปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งอย่างเป็นเอกเทศ หากแต่เป็นปัจจัยที่จะต้องพิจารณาร่วมกัน เพราะระดับของความคุ้มครององค์ประกอบของศาสนาและศาสนิกชนอาจมีระดับความคุ้มครองที่หนักเบาไม่เท่ากัน
สรุป: ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา รัฐ และกฎหมายในต่างประเทศแบ่งเป็นรัฐโลกวิสัยที่มุ่งคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กับรัฐศาสนาที่เน้นคุ้มครองศาสนาและผู้มีอำนาจ โดยประเทศไทยมีลักษณะผสมผสานเอนเอียงไปทางรัฐศาสนา ดังนั้นการกำหนดความผิดอาญาเพื่อคุ้มครองศาสนาและศาสนิกชนจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยทั้งสามร่วมกัน เนื่องจากไม่สามารถอาศัยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งได้อย่างเป็นเอกเทศและระดับการคุ้มครองอาจแตกต่างกันไปตามบริบทสังคม
เอกสารอ้างอิง
กฎหมายตราสามดวง เล่ม 3. (2506). ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร: องค์การค้าของคุรุสภา ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์.
กฎหมายตราสามดวง เล่ม 5. (2506). ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร: องค์การค้าของคุรุสภา ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์.
กริช ภูญียามา. (2564). การจัดความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างรัฐกับพุทธศาสนาในประเทศไทย: ศึกษากรณีการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
กฤษฎา บุณยสมิต. (2559). พระสงฆ์และสถาบันพระพุทธศาสนานอก "กฎพระสงฆ์" ในกฎหมายตราสามดวง. ใน พระพุทธศาสนาและสถาบันสงฆ์กับสังคมไทย (พิมพ์ครั้งที่ 1). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กิตติศักดิ์ ปรกติ, และคณะ. (2554). ระบบการใช้กฎหมายอิสลามในประเทศไทย. สำนักงานศาลยุติธรรม: สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์.
เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์. (2549). คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาค 1 (พิมพ์ครั้งที่ 9, แก้ไขเพิ่มเติม). จิรรัชการพิมพ์.
คณิต ณ นคร. (2563). กฎหมายอาญาภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 7, แก้ไขเพิ่มเติม). วิญญูชน.
นิออน สนิทวงศ์. (2508). บันทึกประกอบคำบรรยายวิชาอารยะธรรมตะวันตก ภาคสอง กรีกและโรม. คณะศิลปศาสตร์: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ประพันธ์พงษ์ ขำอ่อน, และคณะ. (2558). รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ข้อมูลกฎหมายของประเทศบรูไนและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนของประเทศบรูไน. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา: สถาบันวิชาการนโยบายกิจการสาธารณะกับธุรกิจและการกำกับดูแล (APaR), มหาวิทยาลัยหอการค้า.
ประเสริฐ ณ นคร. (2514). มังรายศาสตร์ เรียบเรียงเป็นภาษาปัจจุบันจากต้นฉบับอำเภอเสาไห้ พ.ศ. 2342. โรงพิมพ์เลี่ยงเซียงจงเจริญ.
มุฮำหม้ดซากี เจ๊ะหะ. (2547). บทลงโทษในกฎหมายอิสลาม (พิมพ์ครั้งที่ 1). อิสลามิคอะเคเดมี.
ยูซุฟ มูซา, และ อิสมาแอ อาลี. (ไม่ระบุปี). กฎหมายอิสลามเบื้องต้น: Introduction to Islamic Law. ภาควิชาอิสลามศึกษา, วิทยาลัยอิสลามศึกษา, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
รเจตน์ ภาคีรัตน์. (2565). ศีลธรรมกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ. สำนักพิมพ์อ่านกฎหมาย.
ริยา เด็ดขาด. (2547). เสรีภาพในการถือศาสนาและการเผยแผ่ศาสนาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต). คณะนิติศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2564). คำสอนว่าด้วยรัฐและหลักกฎหมายมหาชน (พิมพ์ครั้งที่ 3, แก้ไขเพิ่มเติม). อ่านกฎหมาย.
วิราวรรณ สมพงษ์เจริญ. (2550). คติความเชื่อของคนไทยสมัยสุโขทัย พ.ศ. 1726–2006 [การค้นคว้าอิสระ, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2535). กฎหมายตราสามดวงกับความเชื่อของไทย. ใน กฎหมายตราสามดวงกับสังคมไทย. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2560). พุทธศาสนาและความเชื่อในสังคมไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). ลนิธิเล็ก–ประไพ วิริยะพันธุ์.
ศุภณัฐ บัวกลาง. (2559). ความเป็นกลางของรัฐกับเสรีภาพในทางศาสนาและความเชื่อ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2550). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุชีพ ปุญญานุภาพ. (2506). ประวัติศาสตร์ศาสนา. รวมสาส์น.
สุลัยมาน ดอเลาะ. (2557). กฎหมายอิสลามลักษณะอาญา (พิมพ์ครั้งที่ 1). บรรลือการพิมพ์.
เสฐียร พันธรังษี. (2563). ศาสนาเปรียบเทียบ (พิมพ์ครั้งที่ 10). ศรีปัญญา.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส. (2561). ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย = The Thai legal history (พิมพ์ครั้งที่ 17). วิญญูชน.
หอจดหมายเหตุ. (2558). บันทึกเหตุการณ์สมัยรัชกาลที่ 1 ถึงการจำกัดศาสนาอื่น. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.
อนุสรณ์ ลิ่มมณี. (2558). รัฐ สังคม และการเปลี่ยนแปลง: การพิจารณาในเชิงอำนาจ นโยบาย และเครือข่ายความสัมพันธ์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). ศยาม.
อานนท์ มาเม้า. (2557). การแบ่งแยกระหว่างรัฐกับศาสนจักร: มโนทัศน์ทางนิติปรัชญาและกฎหมายมหาชน (พิมพ์ครั้งที่ 1). โรงพิมพ์เดือนตุลา.
เอนก มากอนันต์. (2562). จักรพรรดิราช: คติอำนาจเบื้องหลังชนชั้นนำไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). มติชน.
Bar, C. L. von et al. (1916). A history of continental criminal law (T. S. Bell, Trans.). Indiana University Library.
Feinberg, J. (1988). The moral limits of the criminal law: Volume 2: Offense to others. Oxford University Press. https://doi.org/10.1093/0195052153.001.0001
National Geographic Thailand. (2022, September 22). ฟอลคอน คือใคร? รู้จักประวัติขุนนางต่างชาติผู้สร้างตัวได้อย่างโลดโผนยุคอยุธยา. NG Thai. Retrieved [access date], from https://ngthai.com/history/44314/constantine-falcon-history/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





