ความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ผู้แต่ง

  • วันชนะ เที่ยงบางหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี https://orcid.org/0009-0004-9736-064X
  • ไททัศน์ มาลา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี https://orcid.org/0009-0005-0086-1681
  • กัมลาศ เยาวะนิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี https://orcid.org/0009-0000-1118-4763

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289891

คำสำคัญ:

การมีส่วนร่วม, การบริหารจัดการ, ขยะมูลฝอย

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จากการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศไทยทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคมเกษตรกรรมเปลี่ยนไปสู่สังคมอุตสาหกรรม การขยายตัวของสังคมเมืองในช่วงหลายปี ที่ผ่านมาทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภค การอยู่อาศัยและ การใช้ชีวิตประจำวัน โดยนิยมการสั่งอาหารออนไลน์เพื่อความสะดวกสบาย รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจการค้าขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ล้วนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่ส่งผลให้มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแม้จะทำให้มีผลดีในเชิงเศรษฐกิจ แต่ในทางสิ่งแวดล้อมกลับส่งผลให้มีขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น

เช่นเดียวกัน ดังนั้น การบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในชุมชน/หมู่บ้านจะบรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้อย่าง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้นั้น ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 9 หมู่บ้าน โดยคํานวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่จะใช้เป็นตัวแทนของประชาชนด้วยวิธีการคํานวณของทาโร่ ยามาเน่ ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ซึ่งกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนของการสุ่มกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 0.05 ปรากฎว่าได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 381 คน ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เป็นการสุ่มโดยจะแบ่งประชากรออกเป็นชุมชน/หมู่บ้าน เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบที่คำนึงถึงความน่าจะเป็นและเป็นการสุ่มตัวอย่างที่เปิดโอกาสให้ประชากรทุกคนมีสิทธิได้รับเลือกขึ้นเป็นตัวแทนของประชากรที่ใช้ศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยนำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นเสนอผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน เพื่อหาค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหา หรือหาค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์การวิจัย (IOC) จากนั้น นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดสอบกับประชากรที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างที่จะทำการศึกษา แล้วนำไปวิเคราะห์หาค่าความน่าเชื่อถือจากสูตรการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค (Cronbach, 1990: 202-204) แบบสอบถามสำหรับการวิจัยครั้งนี้มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา เท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน

ผลการวิจัย: 1) การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารจัดการขยะมูลฝอย โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง พบว่า การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ และการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล ตามลำดับ 2) การบริหารจัดการขยะมูลฝอย ตามหลักการ 5R ของประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และรายด้านเรียงตามลำดับเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ ซ่อมแซมหรือแก้ไข (Repair) มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ทำลายยาก (Reject) แปรรูปแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และลดการใช้สิ่งของที่ไม่จำเป็น (Reduce) ตามลำดับ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง ในภาพรวมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ 0.536 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในรายด้าน พบว่า การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision Making) การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ (Benefit) และการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล (Evaluation) ตามลำดับ

สรุปผล: การมีส่วนร่วมของประชาชนมีความสัมพันธ์กับการบริหารจัดการขยะมูลฝอยตามหลักการ 5R จะเห็นได้ว่า การบริหารจัดการขยะมูลฝอยนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในชุมชน/หมู่บ้าน จึงควรมีการสร้างและกระตุ้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและจัดการปัญหาด้วยกระบวนการเข้ามามีส่วนร่วม เนื่องจากกระบวนการมีส่วนร่วมจะช่วยตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน/หมู่บ้านได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2559). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2559. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ. สืบค้นจาก http://www.pcd.go.th

กฤษฎา โชติโก, ชนกันต์ ปัญญาวัธนสกุล, & สหัทยา พุทธรักษา. (2567). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการขยะชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี. วารสารวิชาการศรีปทุมชลบุรี, 20(1), 45–59.

กัญชริการ์ สารขัติ. (2559). พฤติกรรมการคัดแยกขยะของประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 7(2), 113–126.

กัลย์ลภัส ประโลมลักษณ์, ธัญญรัตน์ พุฑฒิพงษ์ชัย, & ภัทราวุธ พรหมจรรย์. (2566). การประเมินผลการบริหารจัดการขยะในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(1), 87–99.

จอมจันทร์ นทีวัฒนา, & วิชัย เทียนถาวร. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมของประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 46(3), 223–236.

ชัยณรงค์ ทองชาติ. (2565). รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 10(2), 149–162.

ดาวนภา หอมเฮ้า, สุพัตรา ชัยพิพัฒน์, & สุมาลี จันทร์เพ็ง. (2567). แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะในพื้นที่ชนบทจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 10, 11(1), 71–83.

ธีรพงษ์ เพิ่ม. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในเขตเทศบาลเมืองเลย. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 14(1), 107–118.

ธีรพล แก้วกอ. (2564). ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการจัดการขยะของเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 24(1), 88–102.

นฤนาท ยืนยง, & พิชชานาถ เงินดีเจริญ. (2565). รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 11(2), 119–134.

ไพรัตน์ ยิ่งยง. (2565). การประเมินการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมในเขตชุมชนเมือง. วารสารรัฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ, 8(1), 101–115.

สำนักงานทะเบียนอำเภอหนองเสือ. (2567). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร์แยกรายหมู่บ้าน. ปทุมธานี: สำนักงานทะเบียนท้องถิ่น.

สุเทพ รักษาพล, ธานี แก้วชนะ, & อภินันท์ รัตนภักดี. (2568). รูปแบบปัจจัยความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(2), 1165–1182.

สุภาวดี อินทระโสภณ. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการขยะในระดับชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

สุริยะ หาญพิชัย, & จันทร์ฉาย จันลา. (2561). การศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการราชภัฏสุรินทร์, 3(2), 45–55.

Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1981). Rural development participation: Concepts and measures for project design, implementation and evaluation. Ithaca, NY: Cornell University.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). New York: HarperCollins.

Likert, R. (1976). The method of constructing an attitude scale. In Attitude theory and measurement (pp. 90–95). Chicago: Rand McNally.

Turner, R. C., & Carlson, L. (2003). Indexes of item-objective congruence for multidimensional items. International Journal of Testing, 3(2), 163–171.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-12

รูปแบบการอ้างอิง

เที่ยงบางหลวง ว., มาลา ไ. . ., & เยาวะนิจ ก. . (2026). ความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(2), e289891. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289891

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ