คุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการรับบริการงานคดีของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์

ผู้แต่ง

  • วิภา ชุมกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ https://orcid.org/0009-0002-5009-5610
  • อารยา อึงไพบูลย์กิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ https://orcid.org/0000-0001-9142-0518
  • กมลทิพย์ ปริชาตินนท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ https://orcid.org/0009-0001-5135-3389

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289825

คำสำคัญ:

การให้บริการภาครัฐ, คุณภาพการให้บริการ, ความพึงพอใจของผู้รับบริการ, งานบริการอัยการ

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การให้บริการงานคดีของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ จากสถิติการรับคำร้องตามเอกสารร้องขอความเป็นธรรมและความคิดเห็นของประชาชน พบปัญหาว่า ประชาชนที่มาขอรับบริการได้มีการกล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคในการขอรับบริการด้านงานคดีของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ในหลายๆ ด้าน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ที่ยังไม่มีการพัฒนาให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการด้านงานดดีของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ การสร้างความมั่นใจในการให้บริการด้านงานคดีของเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ จะส่งผลถึงความพึงพอใจและไม่พึงพอใจเป็นสิ่งที่หน่วยงานต้องดำเนินการเพื่อติดตามผลการให้บริการซึ่งส่งมอบให้แก่ประชาชนแล้วมีผลในเชิงบวกหรือลบ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์

ระเบียบวิธีการวิจัย: ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนที่มาติดต่อขอรับบริการงานคดีที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 265 คน โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 160 คน ซึ่งทำการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งเป็นชั้นที่เป็นสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 คุณลักษณะส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และประเภทประชาชนมารับบริการ ส่วนที่ 2 คุณภาพการให้บริการของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนที่ 3 ความพึงพอใจของประชาชนต่อสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งผู้วิจัยได้ทดสอบคุณภาพแบบสอบถาม โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับประเด็นหลักตามเนื้อหาโดยนําแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน ทำการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา หลังจากนั้นนํามาหาดัชนีความสอดคล้อง IOC โดยเลือกข้อที่มีค่า IOC มากกว่า 0.6 ส่วนข้อใดมีค่าน้อยกว่า 0.6 ผู้วิจัยนํามาปรับปรุงแก้ไข จากการคำนวณได้ค่า IOC = 0.96 ข้อคำถามทุกข้อจึงมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์สามารถนำไปใช้ได้ และการทดสอบด้านความเชื่อมั่น โดยนําแบบสอบถามไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่­มีความใกล้เคียงกัน เพื่อหาคุณภาพของเครื่องมือ โดยการหาค่าความเที่­ยงหรือความเชื่อถือได้ของแบบสอบถาม แบบ Cronbach’s alpha โดยใช้วิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) ซึ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 หากค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค มากกว่า 0.7 ขึ้นไป ถือว่าค่าความเชื่อมั่นผ่านเกณฑ์และเป็นที่ยอมรับได้ (Sekaran & Bougie, 2010) และนำแบบสอบถามที่ผ่านการปรับปรุงและแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่มีความใกล้เคียงกัน (Try Out) จำนวน 30 ราย จากการคำนวณมีค่าความเชื่อมั่นในภาพรวมเท่ากับ 0.903 สามารถนำไปเก็บข้อมูลได้ ผู้วิจัยจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 160 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการบันทึกลงในโปรแกรมสําเร็จรูปทางสถิติเพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้จัดเก็บและคํานวณหาค่าทางสถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และสถิติการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ

ผลการวิจัย: พบว่า คุณภาพการให้บริการทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ความเป็นรูปธรรมของการรับบริการ ความน่าเชื่อถือในการให้บริการ การตอบสนองต่อความต้องการการบริการ การสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ และความเห็นอกเห็นใจ มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีค่าอิทธิพลทางบวกเท่ากับ 0.798 นอกจากนี้ยังพบว่า อิทธิพลของคุณภาพการให้บริการ ด้านความเป็นรูปธรรมของการรับบริการ ด้านความน่าเชื่อถือในการให้บริการ ด้านการตอบสนองต่อความต้องการการบริการ ด้านการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ และด้านความเห็นอกเห็นใจ สามารถพยากรณ์ความพึงพอใจ ซึ่งสามารถพยากรณ์ได้ในภาพรวมถึงร้อยละ 63.6 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

สรุปผล: ระดับคุณภาพการให้บริการและความพึงพอใจของประชาชนของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ในภาพรวม พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อระดับคุณภาพการให้บริการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความคิดเห็นต่อระดับพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

กฤตนพรรณ ดีนิสัย. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการในหน่วยงานภาครัฐ. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

ฉายาลักษณ์ ศรีจะบก. (2563). คุณภาพการให้บริการของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการจังหวัดบุรีรัมย์. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

ชัยธัช หวังสม, และคณะ. (2567). การประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริการงานคดีในสำนักงานอัยการ. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

ระบบงานสารบรรณ สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์. (2567). คู่มือระบบการให้บริการงานสารบรรณ. สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์.

วิรัตน์ ชนะสิมมา, และทตมัล แสงสว่าง. (2564). การประเมินผลการบริการภาครัฐในยุคดิจิทัล. วารสารการบริหารและนโยบาย, 12(1), 33–47.

ศิริวรรณ วิทยาวัฒนากุล. (2563). แนวทางการพัฒนาคุณภาพงานบริการของหน่วยงานภาครัฐ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์. (2567). รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567. สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์.

Millet, B. (2012). Customer satisfaction and service quality in public service. Springer.

Pakurár, M., Haddad, H., Nagy, J., Popp, J., & Oláh, J. (2019). The service quality dimensions that affect customer satisfaction in the higher education sector. Sustainability, 11(10), 2735. https://doi.org/10.3390/su11102735

Parasuraman, A., Berry, L. L., & Zeithaml, V. A. (1988). SERVQUAL: A multi-item scale for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing, 64(1), 12–40.

Sekaran, U., & Bougie, R. (2010). Research methods for business: A skill-building approach (5th ed.). Wiley.

Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-23

รูปแบบการอ้างอิง

ชุมกลาง . ว. ., อึงไพบูลย์กิจ อ. ., & ปริชาตินนท์ ก. . (2026). คุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการรับบริการงานคดีของสำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(1), e289825. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289825

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ