การพัฒนาการคิดเชิงระบบ ด้วยการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาแบบเน้นประสบการณ์ร่วมกับการใช้ผังกราฟิก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289631คำสำคัญ:
การคิดเชิงระบบ, การจัดการเรียนรู้แบบเน้นประสบการณ์, ผังกราฟิกบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาแบบเน้นประสบการณ์ ร่วมกับการใช้ผังกราฟิกในการจัดระเบียบข้อมูล เพื่อพัฒนาการคิดเชิงระบบของนักเรียน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาแบบเน้นประสบการณ์ ร่วมกับการใช้ผังกราฟิก ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการคิดเชิงระบบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาแบบเน้นประสบการณ์ ร่วมกับการใช้ผังกราฟิก ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการคิดเชิงระบบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ระเบียบวิธีวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทำวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 35 คน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) เครื่องมือสำหรับการทดลอง ได้แก่ หน่วยจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเน้นประสบการณ์ ร่วมกับการใช้ผังกราฟิก จำนวน 4 หน่วยการเรียนรู้ และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดการคิดเชิงระบบฉบับก่อนเรียน และแบบวัดการคิดเชิงระบบฉบับหลังงเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
ผลการวิจัย: จากการศึกษาการพัฒนาการคิดเชิงระบบ ด้วยการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาแบบเน้นประสบการณ์ ร่วมกับการใช้ผังกราฟิก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีผลการวิจัย ดังนี้ 1) คุณภาพแผนจัดการเรียนรู้จำนวน 4 หน่วยการรู้ พบว่า เมื่อพิจารณาผลการประเมินคุณภาพของแผนในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.80 - 5.00 ซึ่งอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า รายการประเมินทุกด้านอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.60 – 5.00 และ 2) การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ฉบับก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 13.40 คะแนน (S.D.=3.75) และฉบับหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 16.89 คะแนน (S.D. = 2.86) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
สรุปผล: 1) คุณภาพแผนจัดการเรียนรู้จำนวน 4 หน่วยการรู้ พบว่า เมื่อพิจารณาผลการประเมินคุณภาพของแผนในภาพรวม มีอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด 2) การวิเคราะห์คะแนนผลการทดสอบการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ฉบับก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 13.40 คะแนน (S.D.=3.75) และฉบับหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 16.89 คะแนน (S.D. = 2.86) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียน
เอกสารอ้างอิง
กนก จันทรา. (2561). การเรียนรู้เชิงรุกในบริบทห้องเรียนปกติ. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 21(3), 55–65.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
กุลลิสรา จิตรชญาวนิช. (2562). การพัฒนาผู้เรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ. วารสารครุศาสตร์, 47(2), 89–103.
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2561). การสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดีย.
ชรินทร์ มั่งคั่ง. (2561). การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 22(2), 120–130.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2559). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดขั้นสูง. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณฤทัย ชิดมงคล, & สมยศ ชิดมงคล. (2560). การออกแบบการเรียนรู้เพื่อการคิดเชิงระบบ. วารสารศึกษาศาสตร์, 15(1), 75–90.
ทรัพสิริ เสรีย์วงศ์ ณ อยุธยา, และคณะ. (2564). การเรียนรู้แบบสะท้อนตนเองเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 33(1), 10–22.
ทิศนา แขมมณี. (2564). ศิลปะการสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นนทลี พรธาดาวิทย์. (2561). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สำหรับผู้ใหญ่. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน, 24(2), 77–86.
ประจักษ์ ปฏิทัศน์. (2562). การประยุกต์ใช้รูปแบบการเรียนรู้ตามทฤษฎีของ Kolb ในห้องเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์, 26(1), 101–115.
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา. (2562). รายงานผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบโครงงาน. กรุงเทพฯ: ม.รามคำแหง.
สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). รายงานการวิจัยเรื่องการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ: สกศ.
Anderson, L. W., & Johnson, D. W. (1997). Teaching for learning: A handbook of strategies. Allyn & Bacon.
Curwen, M. S., Miller, R. G., White-Smith, K. A., & Calfee, R. C. (2018). Educating English learners: What every classroom teacher needs to know. Harvard Education Press.
Dale, E. (1946). Audio-visual methods in teaching. Dryden Press.
Dewey, J. (1974). Experience and education. Collier Books.
Fisher, R. (2023). Teaching thinking: Philosophical enquiry in the classroom (3rd ed.). Bloomsbury Academic.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.
Lilian, B., & Odundo, P. A. (2023). Project-based learning and student achievement: A meta-analysis. Journal of Education and Practice, 14(2), 22–34.
Pherson-Geyser, A., du Plessis, M., & Pretorius, J. (2020). The impact of active learning on student engagement. Teaching in Higher Education, 25(5), 533–548. https://doi.org/10.1080/13562517.2019.1689387
Richmond, B. (2000). Systems thinking and its role in education reform. System Dynamics Review, 16(3), 247–271.
Samba, R., et al. (2020). Collaborative learning through virtual simulations. International Journal of Educational Technology in Higher Education, 17(34), 1–15.
Senge, P. M. (1994). The fifth discipline fieldbook: Strategies and tools for building a learning organization. Doubleday.
Senge, P. M. (2006). The fifth discipline: The art & practice of the learning organization (Revised ed.). Currency Doubleday.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





