ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289606คำสำคัญ:
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุข, ความสุขในการทำงาน, ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: จากการสัมภาษณ์ครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พบว่า ครูจำนวนมากต้องรับภาระงานอื่นนอกเหนือจากการสอน ค่าตอบแทนและภาระงานที่ไม่เหาะสมส่งผลให้ประสิทธิภาพในการสอนและความสุขในการปฏิบัติงานลดลง ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการศึกษาเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับความสุขในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ ด้านความสำเร็จของงาน และด้านการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา กับความสุขในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ 4) เพื่อสร้างสมการพยากรณ์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปีการศึกษา 2567 จำนวน 375 คน กำหนดโดยใช้ตารางของ Krejcie and Morgan และใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.979 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย: 1) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมีระดับความสุขในการปฏิบัติงานในระดับมาก 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการปฏิบัติงานโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยด้านสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ความสำเร็จของงาน และการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับความสุขในการปฏิบัติงาน 4) ปัจจัยที่สามารถพยากรณ์ความสุขในการปฏิบัติงานได้ดีที่สุด ได้แก่ 1) สัมพันธภาพกับบุคคลอื่น 2) ความสำเร็จของงาน และ 3) การสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งสามารถร่วมกันพยากรณ์ความสุขในการทำงานได้ร้อยละ 59.60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยได้สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบดังนี้
\widehat{Y} = 0.388 + 0.455(X1) + 0.147(X3) + 0.266(X4)
หรือสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน
\widehat{Z} = 0.461(Z1) + 0.149(Z3) + 0.362(Z4)
สรุปผล: การส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในองค์กร การยอมรับในความสำเร็จของงาน และการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถส่งเสริมความสุขในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
จิราภรณ์ ภู่สมบูรณ์. (2556). แรงจูงใจในการทำงานของข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปิยวรรณ คิดการ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานกับความผูกพันของบุคลากรในองค์การ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ภณิดา บุญทวี. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันของบุคลากรในองค์การภาครัฐแห่งหนึ่ง. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ลัทธกิตติ์ ลาภอดุมการ. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับการคงอยู่ในองค์กรของพนักงาน. มหาวิทยาลัยรังสิต.
วนัชพร เล่าฮะ, และ ชิณโสณ์ วิสิฐนิธิกิจา. (2562). ปัจจัยจูงใจที่ส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. วารสารบริหารธุรกิจ, 15(1), 45–59.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). รายงานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ พ.ศ. 2566. สำนักงานฯ.
สุวรรณี ฉลาดเอื้อ. (2565). บทบาทของผู้นำในการส่งเสริมความผูกพันของพนักงานในองค์การ. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
อดิศร ศรีอำนวย. (2565). ความสัมพันธ์ของแรงจูงใจภายในกับความพึงพอใจในการทำงานของบุคลากรภาครัฐในจังหวัดเชียงราย. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). Harper & Row.
Gattiker, U. E., & Larwood, L. (1986). Predictors for managers’ career mobility, success, and satisfaction. Human Relations, 39(6), 569–591.
Herzberg, F. (1968). Work and the nature of man. World Publishing Company.
House, R. J. (1981). A path-goal theory of leader effectiveness. Administrative Science Quarterly, 16(3), 321–339.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Manion, J. (2003). Joy at work: Creating a positive workplace. The Journal of Nursing Administration, 33(12), 652–659.
Maslow, A. H. (1954). Motivation and personality. Harper & Row.
Schaufeli, W. B., & Bakker, A. B. (2004). Job demands, job resources, and their relationship with burnout and engagement: A multi‐sample study. Journal of Organizational Behavior, 25(3), 293–315.
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. Free Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





