การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ในพื้นที่ชายแดน ไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289469คำสำคัญ:
อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, การมีส่วนร่วม, โรคติดต่ออุบัติใหม่, พื้นที่ชายแดนไทย-ลาวบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: พื้นที่ชายแดนไทย-ลาวมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่เนื่องจากการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคในชุมชน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของการมีส่วนร่วมของ อสม. ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว
(2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของ อสม. และ (3) พัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ชายแดน
ระเบียบวิธีการศึกษา: เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างเป็น อสม. ในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
จำนวน 357 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม การมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่า (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)
ผลการศึกษา: อสม. มีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 3.12) โดยมีส่วนร่วมสูงในกิจกรรมการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ (ร้อยละ 89.90 มีส่วนร่วมในระดับมากและมากที่สุด) การเข้าร่วมประชาคม (ร้อยละ 95.02) และการรณรงค์ป้องกันโรค (ร้อยละ 80.60) แต่มีส่วนร่วมต่ำในการตัดสินใจ (ร้อยละ 20.20 ไม่เคยร่วม) การประเมินการให้ความรู้ (ร้อยละ 23.50 ไม่เคยร่วม) และการบริจาคเงินหรือสิ่งของ (ร้อยละ 14.30 ไม่เคยร่วม) ปัจจัยด้านอายุมีผลต่อการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F=8.25, p<0.001) โดย อสม. ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี มีส่วนร่วมสูงกว่ากลุ่มอื่น โดยเฉพาะในด้านการดำเนินงานและการประเมินผล
สรุปผล: รูปแบบการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมควรเน้น (1) การพัฒนาศักยภาพ อสม. ในด้านการวิเคราะห์สถานการณ์โรค การจัดทำแผน และการประเมินผล (2) การสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง อสม. ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (3) การจัดตั้งทีมเฝ้าระวังโรคในชุมชนโดยมี อสม. เป็นแกนหลัก (4) การพัฒนาเครื่องมือติดตามประเมินผลที่เหมาะสม และ (5) การสร้างกลไกการขับเคลื่อนโดยใช้ระบบพี่เลี้ยงที่ อสม. ที่มีประสบการณ์สูงช่วยสนับสนุน อสม. รุ่นใหม่ ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนานโยบายและแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ อสม. ในพื้นที่ชายแดน เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังโรค และยกระดับความมั่นคงด้านสุขภาพของชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2563). คู่มือควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในชุมชน. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมควบคุมโรค. (2564). รายงานประจำปี 2564. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (ม.ป.ป.). แนวทางส่งเสริมสุขภาพระดับท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2565). แนวทางดำเนินงานสุขภาพภาคประชาชน. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงการต่างประเทศ. (2564). รายงานสถานการณ์และแนวโน้มโรคระบาดโลก. กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและแผน.
ชาญชัย จิวจินดา. (2561). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันโรค. วารสารสาธารณสุขชุมชน, 24(1), 33–45.
ปัญญา ยงยิ่ง. (2563). ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการควบคุมโรคติดต่อ. วารสารสาธารณสุข, 50(3), 105–116.
พิมณทิพา มาลาหอม และคณะ. (2563). กระบวนการสร้างสุขภาวะในชุมชน. วารสารการแพทย์ชุมชน, 12(2), 123–136.
พิษณุรักษ์ กันทวี และคณะ. (2563). การพัฒนาเครือข่ายสุขภาพระดับตำบล. วารสารสุขศึกษา, 43(4), 78–91.
ฤทัยรัตน์ บุญเรือง และคณะ. (2564). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพ. วารสารพยาบาลชุมชน, 16(1), 22–35.
วรรณา สุวรรณรัตน์ และคณะ. (2563). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพในพื้นที่เสี่ยง. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(2), 55–68.
ศันสนีย์ จันทร์อานุภาพ และพร้อมศักดิ์ จิตจำ. (2565). กลยุทธ์การมีส่วนร่วมของชุมชนในการควบคุมโรคติดต่อ. วารสารการวิจัยสังคมศาสตร์, 10(3), 45–60.
สมพร วัฒนนุกูลเกียรติ และคณะ. (2564). แนวทางการประเมินผลโครงการส่งเสริมสุขภาพ. วารสารการบริหารสุขภาพ, 15(1), 88–102.
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1. (2565). คู่มือการดำเนินงานเฝ้าระวังโรคในชุมชน. เชียงใหม่: กระทรวงสาธารณสุข.
สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ. (2565). การจัดการสุขภาพเชิงพื้นที่. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 29(3), 132–149.
องค์การอนามัยโลก. (2565). รายงานสถานการณ์สุขภาพโลก 2022. สำนักงาน WHO ประเทศไทย.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development: Seeking clarity through specificity. Cornell University Rural Development Committee.
Dara, M., Acosta, C. D., Melchers, N. V. S., Al-Darraji, H. A. A., Chorgoliani, D., Reyes, H., & Centis, R. (2017). Tuberculosis control in prisons: Current situation and research gaps. International Journal of Infectious Diseases, 56, 33–45.
Mujarin, C., Phonsomboon, K., & Suriyan, N. (2024). Community-based health program success factors in Thai rural provinces. Asian Journal of Public Health, 9(1), 14–27.
Srithongtham, S., Chankham, R., & Kriangchai, S. (2024). Public participation in health promotion for disease prevention: A case study in northeastern Thailand. Journal of Community Development Research, 17(2), 102–118.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





